
ราหุล คานธี
การเมืองอินเดียกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่น่าสนใจไม่แพ้การเมืองในบ้านเรา
การเมืองอินเดียกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่น่าสนใจไม่แพ้การเมืองในบ้านเรา
สัปดาห์ที่แล้ว นายมันโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีวัย 81 ปี ประกาศจะลงจากตำแหน่งหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ค. 2557 ที่กำลังจะมาถึง ไม่ว่าพรรคคองเกรสที่เขาสังกัดจะแพ้หรือชนะเลือกตั้ง
นายซิงห์ บอกด้วยว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะมาแทนเขาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ นายราหุล คานธี หนุ่มหล่อขาวเข้ม ลูกครึ่งฝรั่งอินเดีย วัย 43 ปี เป็นรองประธานพรรคคองเกรส และเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดีย คือตระกูลเนห์รูคานธี
ราหุลเป็นลูกชายของ ราจีฟ คานธี นายกรัฐมนตรีคนที่ 6 เป็นหลานย่าของ อินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 และเป็นเหลนของ เยาวหราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรก หลังจากอินเดียได้เอกราชจากอังกฤษในปี 2490
นายซิงห์ เป็นนายกรัฐมนตรีมาประมาณ 10 ปี โดยไม่ได้เป็นประธานพรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ประธานและผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดในพรรค คือ ซอนย่า คานธี ภรรยาม่ายของราจีฟและแม่ของราหุล
ซอนย่า เป็นชาวอิตาเลียนโดยกำเนิด แต่มาแต่งงานกับราจีฟและแปลงสัญชาติเป็นอินเดียในเวลาต่อมา เธอไม่อยากสร้างปัญหาความขัดแย้ง จึงปฏิเสธไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบหมายให้นายซิงห์เป็นแทน
การประกาศขอลงจากเก้าอี้เป็นการล่วงหน้าของนายซิงห์ ทำให้หากทุกอย่างเป็นไปตามคาด คนที่จะนำทัพคองเกรสลงสู้ศึกเลือกตั้งก็คือ ราหุล
มีประเด็นใหญ่ๆ ที่น่าสนใจอยู่ 3 เรื่อง เกี่ยวกับราหุลและการเมืองอินเดีย ที่ผมอยากนำมาเล่าสู่กันฟังในเชิงเปรียบเทียบกับการเมืองในบ้านเรา ดังนี้
เรื่องแรก ปัญหาคอร์รัปชั่นได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ซึ่งก็คล้ายๆ กับของเราในขณะนี้ ต่างกันที่อินเดียเขาเคลื่อนไหวมาหลายปีแล้ว ส่วนของเราเพิ่งเริ่มต้น
พรรคแกนนำฝ่ายค้าน คือ บีเจพี ได้ชูธงเรื่องการปฏิรูปและการต่อต้านคอร์รัปชั่นในการหาเสียง ทำให้คะแนนนิยมสูงขึ้นมาเป็นลำดับ จนปัจจุบันแซงหน้าพรรคคองเกรสไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลคองเกรสและตัวนายซิงห์ ถูกมองว่าไม่เอาจริงเรื่องคอร์รัปชั่น ทำให้มะเร็งร้ายแพร่กระจายไปทั่ว มีผลโดยตรงในการทำให้เศรษฐกิจอินเดียอ่อนแอลง
ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พรรคร่วมรัฐบาลมีมติผ่านร่างกฎหมายให้นักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินลงโทษในระหว่างอุทธรณ์ ให้สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยฟอกตัวให้คนผิด
กฎหมายฉบับนี้มีส่วนคล้ายคลึงกับกฎหมายล้างผิดให้คนโกงของเรา ซึ่งพอเป็นข่าว ทั้งฝ่ายค้าน นักวิชาการ และสังคมคนมีความรู้ต่างออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อต้านอย่างกว้างขวาง เพียงแต่ยังไม่แรงเท่ากับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลในบ้านเรา
แต่ก่อนที่ร่างกฎหมายจะถูกส่งถึงมือประธานาธิบดีเพื่อการลงนาม ราหุล ก็ออกมาแถลงข่าวต่อต้าน และในที่สุดร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ตกไป
ฝ่ายค้านโจมตีราหุลว่าเล่นละคร เพราะตัวราหุลก็อยู่ฝ่ายรัฐบาล ไม่น่าเป็นไปได้ที่เรื่องสำคัญขนาดนี้จะผ่านพรรคคองเกรสออกมาโดยไม่ได้ไฟเขียวจากซอนย่าและราหุลมาก่อน การออกมาเล่นบทพระเอกจึงน่าจะเป็นการจัดฉากเพื่อแก้เกี้ยว และเพื่อเรียกคะแนนนิยมคืนมาบางส่วน
เรื่องที่สอง เรื่องตระกูลการเมืองและทายาททางการเมือง อินเดียกับไทยมีส่วนคล้ายกันในเรื่องนี้เช่นกัน คือ มีนักการเมืองจำนวนมากที่เจริญรอยตาม หรือเป็นทายาททางการเมืองของพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในระดับผู้นำ ตระกูลเนห์รูคานธี สืบทอดมาถึงราหุลเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ซึ่งของเราไม่เคยมีที่ยาวนานขนาดนั้น
สาเหตุที่ทำให้เขาสืบทอดมาได้หลายชั่วอายุคน อาจเป็นเพราะเขาระมัดระวังไม่ให้มีเรื่องเสื่อมเสียร้ายแรง ต่างจากของเราซึ่งยังไม่ทันจะผ่านรุ่นแรก ก็ฉาวโฉ่เรื่องการโกงกินเสียแล้ว
เรื่องที่สาม เรื่องสติปัญญาและความสามารถ นักการเมืองรุ่นหลังที่ได้ตำแหน่งเป็นมรดกตกทอดมาจากผู้ที่อาวุโสกว่าในตระกูล บางครั้งเป็นการได้มาโดยที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่ง ตลอดจนอาจจะไม่มีสติปัญญาและความสามารถมากพอที่จะอยู่ในตำแหน่งนั้นได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ราหุล ก็กำลังมีปัญหานี้เช่นกัน ภาพลักษณ์ของเขาในสังคมอินเดียส่วนหนึ่งหากจะแปลเป็นภาษาไทยให้ตรงที่สุด ก็ต้องเรียกว่าเป็น “ไอ้โง่” หรือ “คุณโง่”
มีคลิปวิดีโอที่เขาให้สัมภาษณ์และแชร์กันอย่างแพร่หลายว่า รัฐคุชราตของอินเดียใหญ่กว่าสหราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งไม่เป็นความจริง และประเทศอินเดียใหญ่กว่าสหรัฐกับยุโรปรวมกัน ซึ่งยิ่งผิดข้อเท็จจริง เพราะทั้งสหรัฐและยุโรปต่างใหญ่กว่าอินเดียเป็นอันมากด้วยกันทั้งคู่
ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงการขาดความรู้รอบตัวของราหุล ซึ่งหากจะเปรียบก็คงพอฟัดพอเหวี่ยงกับเรื่องจังหวัดหาดใหญ่และประเทศซิดนีย์ของเรา
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องตลกขบขันอื่นๆ เกี่ยวกับราหุลมากมาย บางเรื่องก็ฟังดูเป็นไปได้ที่จะแฝงความจริง เช่น ตามประวัติบอกว่าเขาได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐ และเคมบริดจ์ในอังกฤษ แต่เรื่องขำขันก็บอกว่า เขาเพียงไปเตร็ดเตร่ฆ่าเวลาอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยเหล่านั้น
เรื่องตลกโปกฮาบางเรื่องเป็นการปรุงแต่งขึ้นมาล้วนๆ เช่น มีเรื่องหนึ่งบอกว่า เขาเห่อรถยนต์คันใหม่ จึงขึ้นไปขับเองโดยไม่มีคนขับไปด้วย แต่หายไปนานจนคนที่บ้านเป็นห่วง เมื่อกลับถึงบ้านเขาบ่นอย่างหัวเสียว่า รถออกแบบมาไม่ดี เวลาไปมีตั้ง 4 เกียร์ แต่เวลากลับมีเพียงเกียร์เดียว เป็นต้น
ก่อนจบ ผมขอให้ข้อสังเกตว่าการเมืองทั้งในอินเดียและไทยกำลังมีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมองจากปัจจัยชี้วัดที่มีความสำคัญมากที่สุด ซึ่งก็คือปัญหาคอร์รัปชั่น
มีผู้รู้ที่ชี้ให้เห็นว่ายังไม่เคยมีประเทศไหนในโลกที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโดยไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาคอร์รัปชั่นให้ได้เสียก่อน
ในวันนี้ประชาชนทั้งในอินเดียและไทยมีการรับรู้เกี่ยวกับมหันตภัยที่เกิดจากคอร์รัปชั่น และเกิดความรู้สึกต่อต้านอย่างแพร่หลายมากขึ้น
ที่น่ายินดีประการหนึ่ง คือ แม้ว่าอินเดียจะเริ่มต้นในเรื่องนี้ก่อนเรา แต่เราอาจจะคืบหน้าได้เร็วกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะของเขามีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ส่วนของเรามีคนช่วยจุดกระแสและโหมกระพือให้ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น
หากใครยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้ลองนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน ผลโพลของทุกสำนักออกมาตรงกันว่าคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับคอร์รัปชั่นหากตนเองมีส่วนได้ประโยชน์ด้วย
วันนี้ใครลองไปทำโพลดูก็ได้ ผมเชื่อว่าผลที่ได้จะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ถ้าเราไม่ให้เครดิตเรื่องนี้กับลุงกำนัน จะให้ถือว่าเป็นผลงานของเทพองค์ไหน
คำตอบสุดท้ายคงหนีไม่พ้น “เทพเทือก”
ขอขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งครับลุงกำนัน







