
แดงเลื่อน"นับสอง"ชี้รัฐยังไม่ชัดเจน
แกนนำนปช.แถลงยังไม่หารือการเดินหน้าแนวทางปรองดองขั้นต่อไป เพราะรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนโดยจะรอให้เคลียร์กับพันธมิตร-เสื้อหลากสี-พรรคร่วมเสร็จเสียก่อน
แกนนำนปช.แถลงยังไม่หารือการเดินหน้าแนวทางปรองดองขั้นต่อไป เพราะรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนโดยจะรอให้เคลียร์กับพันธมิตร-เสื้อหลากสี-พรรคร่วมเสร็จเสียก่อน
เมื่อเวลา 18.05 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แถลงว่า นปช.ยังไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีในการหาทางออกทุกรูปแบบตามแนวทางสันติวิธีและความปรองดองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย แต่เดิมแกนนำนปช.มีแผนที่ประชุมกันวันนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปเพราะรัฐบาลยังไม่ชัดเจนโดยเฉพาะการที่นายกฯได้เชิญกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มเสื้อหลากสี รวมทั้งพรรคร่วมเข้าหารือ
"วันนี้นายกฯยังนับหนึ่งไม่เสร็จ เมื่อท่าทีของรัฐบาลยังไม่ชัดเจนสิ่งที่เราทำ คือ รอต่อไปเพื่อให้นายกฯไปทำความเข้าใจกับหลายฝ่ายในส่วนของรัฐบาลก่อนที่จะมาเริ่มต้นกระบวนการของเรา ทั้งนี้มีความรู้สึกห่วงพอสมควร เพราะท่าทีของพันธมิตรฯเหมือนจะไล่นายกฯออกจากตำแหน่งทำให้กลัวว่าสถานการณ์การเมืองกำลังจะไปกันใหญ่ เราถึงจะต้องรอท่าทีนี้ให้ชัดเจนก่อน"นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า สิ่งนี้สะท้อนถึงภาวะผู้นำของนายกฯที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรในทางการเมืองได้เลยเพราะมีกลุ่มคนเบื้องหลังที่พร้อมจะทวงบุญคุณนายกฯมากมาย อย่างไรก็ตามการชุมนุมของคนเสื้อแดงยังเดินหน้าต่อไปและเสาร์อาทิตย์จะมีจำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้น
สำหรับ ท่าทีของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ในการอ้างความจำเป็นบังคับใช้กฎหมายกับคนเสื้อแดง นั้นเป็นการไม่สร้างบรรยากาศปรองดอง ดังนั้นศอฉ.ควรลดความรู้สึกว่าประชาชนเป็นศัตรูให้ได้ เพราะการร่วมกันหาทางออกด้วยการเจรจรา
ศอฉ.ได้มีการสั่งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาใกล้ชิดกับบริเวณพื้นที่ชุมนุม พร้อมกับมีการละเมิดสิทธิประชาชนด้วยการส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งศอฉ.ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเลยเพราะศอฉ.มีสื่อในมืออยู่แล้ว แต่ศอฉ.ไปบีบบังคับเอกชนผู้ให้บริการให้ความร่วมมือ ดังนั้น ศอฉ.จะต้องแจ้งหมายเลขเพื่อให้ประชาชนส่งข้อความกลับไปด้วยเพื่อให้ฝ่ายที่เห็นแตกต่างมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นกลับไป
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า ได้ทราบว่า ศอฉ. ส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเพื่อมาวางอาวุธในพื้นที่และจะขอใช้สิทธิ์เข้ามาตรวจ เพื่อเชื่อมโยงในคดีการก่อการร้าย ซึ่งวันนี้มีเจ้าหน้าที่ศอฉ.เข้ามา 7 คน แต่การ์ดเสื้อแดงจับไม่ทัน
ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่มีความเหมาะสมที่จะเข้าสอบสวนในคดีการก่อการร้ายเพราะทราบมาจากคนในดีเอสไอว่ามีการซ้อมผู้ต้องหาที่เป็นผู้หญิงเพื่อให้ซัดทอดแกนนำนปช.ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีการก่อการร้าย
ทั้งนี้ในเรื่องความผิดตามกฎหมายถ้าจะมีความผิดก็มีเรื่องเดียว คือ การชุมนุมเกิน 5 คนที่ผิดตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อไปมอบตัวในคดีนี้ดีเอสไอก็จะแจ้งข้อหาการก่อการร้ายและล้มสถาบันโดยที่ไม่มีหลักฐาน และยืนยันว่าจะไม่มีการขอให้นิรโทษกรรมในคดีเหล่านี้







