
ปทีปเผยตร.ไม่เพิ่มกำลัง-พร้อมขอคืนพื้นที่
ปทีปเผยตำรวจยังทำหน้าที่ตามเดิม แม้รัฐบาลจะเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว ใช้กำลัง50-60กองร้อยดูแลความเรียบร้อยแต่จะไม่มีการเพิ่มกำลัง รอนโยบายศอฉ.ขอคืนพื้นที่
ปทีปเผยตำรวจยังทำหน้าที่ตามเดิม แม้รัฐบาลจะเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว ใช้กำลัง50-60กองร้อยดูแลความเรียบร้อยแต่จะไม่มีการเพิ่มกำลัง รอนโยบายศอฉ.ขอคืนพื้นที่
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า แม้ขณะนี้รัฐบาลจะอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงทำหน้าที่ตามปกติ โดยยังคงมีการวางกำลังตั้งด่านและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนการขอคืนพื้นที่นั้นจะต้องรอฟังนโยบายของศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉินอีกครั้ง
"ขณะนี้มีกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวจำนวน 50-60กองร้อย และจะไม่มีการนำกำลังตำรวจมาเพิ่มแล้ว โดยจะมีเพียงการสับเปลี่ยนกำลังเท่านั้น"พล.ต.อ.ปทีปกล่าว
สำหรับการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นทั้งที่เกี่ยวกับระเบิด การจับกุมอาวุธ และการคืนพื้นที่ ขณะที่ได้โอนไปเป็นคดีพิเศษที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ในส่วนของตำรวจยังทำหน้าที่สืบสวนให้ทุกคดี แต่การสอบสวนเป็นของดีเอสไอ โดยการสืบสวนนั้นมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ10) รับผิดชอบ
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าตำรวจมีเพียงสีเดียวคือสีกากี ฉะนั้นต้องเดินหน้าต่อ จิตใจใครสีอะไรตนเองตอบไม่ได้ แต่ถ้าสวมเครื่องแบบแล้วต้องเป็นตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ ส่วนการสั่งย้าย พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นมาช่วยราชการนั้นเป็นเหตุผลจากกรณีผู้ชุมนุมไปปิดล้อม ไปตั้งด่านเอง ไม่ให้ทหารตำรวจเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในส่วนกลาง ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยหลายครั้ง
"ในพื้นที่อื่นจะทำสั่งการแบบนี้หรือไม่ ตนเองต้องดูเป็นรายกรณี ที่ขอนแก่นถือว่าหนักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถือว่า ผู้บังคับการจ.ขอนแก่นบกพร่อง เพราะเพียงสั่งการมาช่วยราชการ ไม่ได้ตั้งกรรมการสืบสวน ซึ่งกำหนดมาช่วยราชการก็เพียงระยะหนึ่งจนว่าการชุมนุมจะเสร็จสิ้น"พล.ต.อ.ปทีปกล่าว







