
ปชป.ถกภาคีต้านคอร์รัปชั่นก่อนสรุปเป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ
อภิสิทธิ์ ขนแกนนำ ปชป. หารือภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย
อภิสิทธิ์ ขนแกนนำ ปชป. หารือภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะทำงาน เช่น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายกรณ์ จาติกวณิช นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ และนายเกียรติ สิทธิอมร เข้าหารือกับภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ประเทศไทย ที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน เพื่อผลักดันแนวทางปฏิรูปประเทศและขจัดคอรัปชั่น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะใช้เป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศต่อไป
โดยนายประมนต์ ระบุว่า ขณะนี้เป็นโอกาสดีที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่จะทำให้การทุจริต คอร์รัปชั่นได้รับการดูแลแก้ไข เพราะที่ผ่านทางภาคีเครือข่ายพยายามทำทุกอย่างให้ประชาชนลุกขึ้นมาไม่ยอมรับการคอรัปชั่น ซึ่งวันนี้ได้เห็นแล้ว
พร้อมกันนี้ได้เสนอ เสนอ 5 แนวทางการต่อต้านคอร์รัปชั่นก่อนการเลือกตั้ง ของภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย 1.กฏหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น ให้มีการบังคับใช้กฏหมายและแก้ไขหรืออกกฏหมายเพิ่มเติมให้เป็นไปตามหลักการของอนุสัญญา UNCAC 2003 ทั้งหมดและแก้ไขกฏหมายเพื่อกำหนดคดีคอรัปชั่นเป็นคดีอาชญากรรมร้ายแรง ต้องมีโทษรุนแรงและไม่รอลงอาญา 2.สร้างความแข็งแกร่งของหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชั่น เช่น ให้การสนับสนุนด้านงบประะมาณและบุคคลากรอย่างเร่งด่วนและเพียงพอกับการบริหารงานโดยอิสระ แก่องค์กรที่ทำหน้าที่ต่อต้านคอร์รัปชั่น เช่น ปปช.และสตง.รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการสรรหาบุคคลากรและมาตรการคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่
3.สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่น เปิดให้ภาคประชาชนเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เต็มที่ อย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ข้อตกลงคุณธรรม ตามมาตรฐาน ของ Transparency International ภายใน 3 เดือนนับจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและในโครงการจัดซื่อจัดจ้างการลงทุนขนาดใหญ่การจัดสรรสัมปทานของรัฐ ต้องทำการศึกษาความเสี่ยงการเกิดคอร์รัปชั่น และแนวทางป้องกันบุคคลที่สามที่ ป.ป.ช.รับรอง 4.ผลักดันมาตรการเรื่องความโปร่งใสที่สอดคล้องกับมาตรฐานของ UNOFC เช่น แก้ไข พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 และกำหนดให้รัฐวิสาหกิจต้องเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการไม่น้อยกว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ 5.รณรงค์คุณธรรมจริยธรรมและการต่อต้านคอรัปชั่นครั้งใหญ่ เช่น การสนับสนุนให้นำหลักสูตรการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและการต่อต้านคอร์รัปชั่นมาใช้ในการเรียนการสอนทั่วประเทศ ส่วนภาครัฐต้องเป็นผู้สร้างวัฒนธรรมต่อต้านคอร์รัปชั่นด้วยการให้งบประมาณรณรงค์ทางสื่อสาธารณะต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี







