
เปิดยุทธการปิดกรุงหลังปีใหม่
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้หลังปีใหม่ ว่า จะเดินหน้าปฏิวัติประชาชน จะลุกขึ้นปฏิบัติการใหญ่ทั้งประเทศเพื่อขจัดระบอบทักษิณ โดยจะทำให้เกิดการจารึกไว้กับโลกว่ามวลมหาประชาชนชาวไทยได้ลุกขึ้นขับไล่รัฐบาลด้วยมือเปล่า
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้หลังปีใหม่ ว่า จะเดินหน้าปฏิวัติประชาชน จะลุกขึ้นปฏิบัติการใหญ่ทั้งประเทศเพื่อขจัดระบอบทักษิณ โดยจะทำให้เกิดการจารึกไว้กับโลกว่ามวลมหาประชาชนชาวไทยได้ลุกขึ้นขับไล่รัฐบาลด้วยมือเปล่า
“เราจำเป็นต้องยึดเมืองหลวงหรือชัตดาวน์กรุงเทพฯ เพื่อบอกกับชาวโลกว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวเพราะประชาชนได้ควบคุมประเทศแทนรัฐบาลแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้จะใช้เวลา 10-20 วัน ขอให้ทุกคนเตรียมมาเป็นนักปฏิวัติให้พร้อมเพรียงแต่ห้ามเอาอาวุธมาเด็ดขาด ยกเว้นตะหลิว หม้อ ไห สำหรับทำกับข้าวเท่านั้น” สุเทพ ระบุ
เลขาธิการ กปปส. ยืนยันอีกว่า จะประกาศล่วงหน้าว่าจะปฏิบัติการวันไหน และขอให้คนกรุงเทพฯ จัดการกับธุระตัวเองให้เสร็จภายในสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค.เพราะหลังจากนั้นจะปิดกรุงเทพฯ ใครจะอยู่กรุงเทพฯ ก็อยู่ไป ถ้าใครจะเดินทางไปต่างประเทศก็ตามอัธยาศัย คนกรุงเทพฯ ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเพียงแต่จะทำถนนของกรุงเทพฯ เป็นถนนคนเดินทั้งหมด ปิดสี่แยก สามแยก แต่จะไม่ไปยุ่งกับการสัญจรโดยรถเมล์ รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน
“ใครจะว่าเราก็ไม่เป็นไร เราไม่โกรธแต่ครั้งนี้จำเป็นจริงๆ ที่ต้องไล่รัฐบาล แต่เมื่อภารกิจเสร็จแล้วด้วยการมีรัฐบาลและสภาของประชาชน ก็จะส่งมอบกรุงเทพฯ คืนให้พวกท่าน และถ้าผมถูกตำรวจจับก็ขอให้ประชาชนเดินตามแนวทางที่ผมได้วางเอาไว้ ขอให้มั่นใจว่าการลุกขึ้นอย่างนี้ไม่มีทางแพ้แน่นอน แต่ชนะเมื่อไหร่เท่านั้น เรามันมือเปล่าถึงต้องใช้พลังเยอะและคนจำนวนมากและต้องใช้เวลา แต่ขอให้มั่นใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้ต้องทำให้สำเร็จและชนะ” สุเทพ กล่าว
ขณะที่ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้ทราบข้อมูลจากผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ว่า แผนการปิดกรุงเทพฯ ของ สุเทพ เพื่อล้มรัฐบาล จะดำเนินการให้ได้ก่อนวันที่ 8 ม.ค. เนื่องจาก วันที่ 8 ม.ค. สุเทพ ต้องไปขึ้นศาลในคดีสลายการชุมนุมในปี 2553 จึงต้องทุ่มสุดตัว เพราะหากดำเนินการไม่สำเร็จ นอกจากจะมีคดีสลายการชุมนุมแล้ว จะถูกดำเนินคดีข้อหากบฏด้วย
ขณะเดียวกัน พร้อมพงศ์ ยังได้เรียกร้องให้ กกต.ดำเนินคดีกับผู้ที่ปิดล้อมสถานที่รับสมัคร สส.ระบบแบ่งเขตใน 7 จังหวัดทางภาคใต้ รวมถึง สุเทพ ด้วย
“การที่ สุเทพ ชื่นชมผู้ที่ไปปิดล้อมสถานที่รับเลือกตั้งจังหวัดต่างๆ จนไม่สามารถเปิดรับสมัครได้ ถือเป็นการกระทำผิดเพื่อขัดขวางการเลือกตั้งที่สำเร็จแล้ว ดังนั้น กกต. จึงต้องดำเนินคดีกับ สุเทพ” พร้อมพงศ์ กล่าว
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้กล่าวตำหนิ กกต.ว่า ไม่เต็มใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้เกิดปัญหาไม่สามารถรับสมัคร สส.ในระบบเขตได้ในบางพื้นที่จังหวัดภาคใต้
“โดยเฉพาะ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ก่อนมาทำหน้าที่ควรเตรียมพร้อมให้มากกว่านี้ และไม่ควรที่จะออกมาพูดจาให้ประชาชนเกิดความสับสนในเชิงว่าจะลาออก ถ้าไม่พร้อมทำหน้าที่ก็ควรตัดสินใจไปเลย” สุรพงษ์ กล่าว
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอฝากไปถึง กกต.ให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ และสามารถขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ทหาร อัยการ เพื่อร่วมในการแก้ปัญหาต่อไป ไม่ใช่พอเกิดปัญหาแล้วลาออก เพราะจะเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157
ด้าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า สถานการณ์การรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 7 จังหวัดภาคใต้ ที่มีปัญหา เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.เนื่องจากประชาชน และ กปปส.จังหวัดไปล้อมสถานที่รับสมัครทำให้ไม่สามารถเปิดรับสมัครได้ และในวันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดรับสมัครได้เช่นเดิม เพราะประชาชนได้แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่ต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นวันนี้คงจะมีแต่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง







