posttoday
ฟันธงศก.ไทยปีม้าโต2-3%

ฟันธงศก.ไทยปีม้าโต2-3%

30 ธันวาคม 2556

เอกชนชี้พิษการเมืองไร้สัญญาณบวกจับตาบาทอ่อนดันต้นทุนราคาสินค้าพุ่ง

เอกชนชี้พิษการเมืองไร้สัญญาณบวกจับตาบาทอ่อนดันต้นทุนราคาสินค้าพุ่ง

เอกชนฟันธงเศรษฐกิจไทยปีหน้าโตแค่ 23% ไร้สัญญาณบวก จับตาต้นทุนพุ่งดันราคาสินค้าเพิ่ม

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในปี2557 จะทรงตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่เกิดขึ้นในปี 2556 อีกทั้งภาคการส่งออก ไม่มีสัญญาณบวกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ และหากเศรษฐกิจอเมริกาและยุโรปยังไม่ฟื้นตัว ยอดการสั่งซื้อสินค้าส่งออกย่อมน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดส่งออกของไทยติดลบได้

นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยปี 2557 จะเติบโตแค่ 23% เท่านั้น โดยการเมืองเป็นปัจจัยชี้ชะตาเศรษฐกิจ และกำลังการซื้อของผู้บริโภคหดตัวลงอีกจากปี 2556 ที่ชะลอตัวลงมากแล้ว

“การส่งออกในปี 57 จะมีอัตราการเติบโตไม่เกิน 5% เพราะไม่มีสินค้าส่งออกที่เป็นพระเอกหรือดาวรุ่ง มีเพียงอุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น ที่ช่วยประคองภาคการส่งออกของไทย” นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2557 จะเติบโตหรือขยายตัวมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ หากการเมืองไทยนิ่ง รัฐบาลมีเสถียรภาพ จีดีพีมีโอกาสจะกลับมาเติบโตได้ 45% แต่หากการเมืองไทยไม่นิ่ง เกิดปัญหาความวุ่นวาย จีดีพีของประเทศไทยไม่โตแน่นอน เพราะปี 57 ยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต

นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจีอีเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า เศรษฐกิจในปี 2557 จะเติบโต 4.55% ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การผกผันค่าเงินบาท 2.ราคาน้ำมันหากยังอยู่ 90100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ต้นทุนการผลิตยังสามารถควบคุมได้ 3.นโยบายโครงการรับจำนำข้าว และ 4.ความมีเสถียรภาพทางการเมือง ถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญของประเทศไทยที่สุด ส่วนกำลังการซื้อของผู้บริโภคมองว่ายังมีอยู่ แต่คนไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยมากกว่าจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีกส่งไทย กล่าวว่า ปี 2557 ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบในการผลิตปรับราคาขึ้นแทบทั้งสิ้น เช่น น้ำมันปาล์มซึ่งล่าสุดผู้ประกอบการได้ยื่นขอปรับราคาต่อกรมการค้าภายในแล้วเนื่องจากวัตถุดิบขาดแคลน

ต้องจับตาอีก 2 เดือนข้างหน้าว่าปริมาณปาล์มจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากปัจจุบันน้ำมันปาล์ม ขนาด 500 มล.ราคา42 บาท

นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคปี 2557 คาดว่าจะทรงตัวหรือเติบโตเพียง 5% ใกล้เคียงกับปี 2556 เนื่องจากผู้บริโภคยังชะลอการจับจ่าย ส่วนราคาสินค้าจะปรับขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทจะอ่อนค่าอีกหรือไม่ หากค่าเงินบาทอ่อนจะกระทบต่อราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตทันที

ขณะที่แนวโน้มการแข่งขันสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น ผู้ประกอบการจะซอยเซ็กเมนต์สินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทำให้เกิดเซ็กเมนต์ใหม่ๆ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ โดยอิงจากแนวโน้มของประชากร 2 กลุ่มหลัก คือ ชนชั้นกลางและกลุ่มผู้สูงอายุ ที่จะกลายเป็นกลุ่มประชากรที่ใหญ่ขึ้นและมีอิทธิพลต่อการทำตลาดด้านนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ บีเจซี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค กล่าวว่า แนวโน้มสินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับราคาชึ้นในปี 2557 มีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากสภาพตลาดไม่เอื้อให้ผู้ประกอบการขึ้นราคา โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจและกำลังการซื้อของผู้บริโภคไม่ได้ดีมากนัก อีกทั้งการแข่งขันตลาดยังมีความรุนแรง

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว