posttoday
คลังชงเพิ่มหักค่าลดหย่อน

คลังชงเพิ่มหักค่าลดหย่อน

30 ธันวาคม 2556

สรรพากรเสนอนำใบกำกับภาษีร้านค้าย่อย6หมื่นบาทมารวมหักได้สุทธิ1.2แสนบาท

สรรพากรเสนอนำใบกำกับภาษีร้านค้าย่อย6หมื่นบาทมารวมหักได้สุทธิ1.2แสนบาท

สรรพากรเตรียมเสนอเพิ่มค่าลดหย่อนส่วนตัว ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 1.2 แสนบาท

นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า หลังการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ กรมสรรพากรจะเสนอรัฐบาลเพิ่มค่าลดหย่อนส่วนบุคคลสำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิม 6 หมื่น เป็น 1.2 แสนบาท

ทั้งนี้ ส่วนที่จะให้หักเพิ่มอีก 6 หมื่นบาทนั้น ผู้เสียภาษีจะต้องนำใบกำกับภาษีจากร้านค้า กรณีได้จับจ่ายใช้สอยส่วนตัวมาแนบเพื่อขอลดหย่อนภาษี โดยจะผลักดันให้มีผลบังคับใช้ในปีภาษี 2557 ที่ยื่นแบบในช่วงเดือน ม.ค.มี.ค. 2558

นายสุทธิชัย กล่าวว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของกรมสรรพากรต้องเป็นรายเล็กมียอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ร้านค้าดังกล่าวต้องเชื่อมโยงระบบการซื้อขายกับกรมสรรพากร ทำให้กรมสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าใบกำกับภาษีที่นำมาลดหย่อนนั้นเป็นของจริงหรือไม่

ทั้งนี้ กรมได้มีการหารือกับบริษัท เน็ตเบย์ ที่เป็นผู้ให้ดำเนินธุรกิจซอฟต์แวร์ด้านอีบิซิเนส ให้มาช่วยวางระบบการซื้อขายระหว่างร้านค้ากับกรม โดยจะไม่คิดค่าใช้จ่ายกับร้านค้าที่จะเข้าร่วม

สำหรับแนวคิดการลดหย่อนภาษีเป็น 1.2 แสนบาท ในอนาคตจะให้เพิ่มสัดส่วนการใช้ใบกำกับภาษีมากขึ้นจาก 6 หมื่นบาท และลดสัดส่วนแบบเหมาจ่าย 6 หมื่นบาทลง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นผู้เสียภาษีให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าและขอใบกำกับภาษีมากขึ้น ทำให้กรมสามารถเก็บภาษีจากร้านค้าได้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

นายสุทธิชัย กล่าวว่า หลังจากปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 2556 กรมเตรียมจัดเก็บข้อมูลการเสียภาษีรวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อพิจารณาปรับลดภาษีบุคคลลงอีกในอนาคต เนื่องจากอัตราภาษีเงินได้ระดับสูงสุดที่เก็บ 35% นั้นยังเป็นอัตราที่สูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่เฉลี่ยในระดับ 20% เท่านั้นกรมบัญชีกลางชี้แจงการหักภาษี ณ ที่จ่ายหลังมีการปรับลดอัตราภาษี

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตามที่มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 575) พ.ศ. 2556 ได้ประกาศลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้สุทธิที่ได้รับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2556 ซึ่งทำให้ข้าราชการ ผู้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ คาดหวังว่าในเดือน ธ.ค. จะได้รับเงินเดือน บำนาญเพิ่มขึ้น เพราะเสียภาษีน้อยลงแล้ว แต่กรมบัญชีกลางจ่ายเงินโดยหักภาษีในอัตราเท่าเดิม ทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้น

นายมนัส ชี้แจงว่า การโอนเงินเดือน บำนาญเข้าบัญชีในเดือน ธ.ค. 2556 กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการตามกระบวนการจ่ายเงินภายในสิ้นเดือนนี้ เสร็จสิ้นก่อนที่พระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทำให้การคำนวณอัตราภาษีใหม่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในสิ้นเดือนนี้ ดังนั้น เมื่อข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ไปยื่นเสียภาษีประจำปี แล้วขอรับภาษีที่จ่ายเกินคืน สำหรับเดือน ม.ค. 2557 กรมบัญชีกลางจะหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราใหม่ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีต่อไป

นอกจากนี้ หากมีการปรับคำนวณอัตราภาษีใหม่ส่วนราชการอาจไม่สามารถที่จะส่งข้อมูลกลับเข้ามาระบบการจ่ายตรงเงินเดือน เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญทราบ

“สำหรับหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในปี พ.ศ. 2556 ส่วนราชการแต่ละแห่งจะจัดส่งหนังสือดังกล่าวให้ข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญโดยตรง นอกจากนี้กรมบัญชีกลางได้เพิ่มช่องทางการให้บริการของผู้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ โดยสามารถเข้าไปที่ www.cgd.go.th ในหัวข้อบำเหน็จบำนาญ/บำเหน็จค้ำประกันเพื่อพิมพ์หนังสือรับรองดังกล่าว และสามารถพิมพ์ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 2557 เป็นต้นไป” นายมนัสกล่าว

ด้านกรมสรรพากรขอแจ้งให้ทราบว่า ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 194, ฉบับที่ 195, ฉบับที่ 196 และฉบับที่ 197 ได้ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการเพิ่มเติมรายการเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และรายการสถานประกอบการของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ และเพิ่มเติมรายการสถานประกอบการของผู้ขายหรือผู้ให้บริการในใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ รายงานภาษีขาย และรายงานภาษีซื้อ โดยจะจัดพิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้ ได้ขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 25

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก