
ส่งออกลงเหวลึกเกินคาดหวั่นทรุดยาวถึงไตรมาส2
เศรษฐกิจไทยป่วยหนักยิ่งขึ้น หลังจากเห็นตัวเลขส่งออกเดือน พ.ย.สลบเหมือดติดลบเกิน 4% แย่กว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ กระทรวงพาณิชย์เล็งปรับเป้าปีหน้าโตเกิน 5%
เศรษฐกิจไทยป่วยหนักยิ่งขึ้น หลังจากเห็นตัวเลขส่งออกเดือน พ.ย.สลบเหมือดติดลบเกิน 4% แย่กว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ กระทรวงพาณิชย์เล็งปรับเป้าปีหน้าโตเกิน 5%
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยขาดดุลการค้าในเดือน พ.ย. 2556 มูลค่า 557 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากการส่งออกลดลง 4.08% เหลือมูลค่า 1.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 1.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.6%
ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือนปีนี้ (ม.ค.พ.ย.) การส่งออกมีมูลค่า 2.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.49% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 2.31 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.22% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ามูลค่า 2.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.4 แสนล้านบาท
สาเหตุที่ทำให้การส่งออกยังขยายตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวค่อนข้างช้ากว่าที่คาดการณ์ โดยตลาดหลักยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมทั้งปัญหาการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าอุตสาหกรรมหลายรายการที่ยังไม่ก้าวหน้า และมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จนเกิดสินค้าดาวร่วง ปัญหาผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีมากขึ้นฉุดให้ราคาตกต่ำทั่วโลก รวมถึงการส่งออกทองคำที่ลดลง เป็นผลจากราคาในตลาดโลกผันผวน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการส่งออกในปี 2556 จะขยายตัวเป็นบวกได้หรือไม่นั้น ต้องรอตัวเลขในเดือน ธ.ค.ก่อน เพราะหากมีมูลค่า 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ยอดการส่งออกทั้งปีโตได้ 0.2% แต่ถ้าไม่ถึงหรือทำได้เพียง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งปีก็จะติดลบ 0.06% ซึ่งจะเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 ที่การส่งออกติดลบ 14.26%
“ใจเราอยากให้การส่งออกปี 2556 เป็นบวก แต่ก็ต้องดูความสมเหตุสมผลและรอตัวเลขเดือน ธ.ค.ออกมาก่อน แต่ถ้าหากติดลบ สาเหตุก็มาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมไม่ดีเมื่อเทียบกับปี 2555” ศรีรัตน์ กล่าว
สำหรับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 นั้น แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออก เพราะผู้ผลิตและผู้ส่งออกยังสามารถผลิตสินค้าและส่งออกได้ตามคำสั่งซื้อ เนื่องจากการขนส่งยังไม่ถูกปิดกั้น เช่น สนามบิน ท่าเรือ แต่ก็มีผลกระทบทางจิตวิทยา ทำให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ชะลอการลงทุนเพิ่ม และผู้นำเข้ารายสำคัญที่มักวางแผนการสั่งซื้อล่วงหน้าเป็นเวลานาน ก็จะชะลอการสั่งซื้อได้ ซึ่งจากการสอบถามผู้ส่งออกรายสำคัญ แจ้งว่า หากปัญหาการเมืองยังไม่ยุติลง ก็น่าจะกระทบต่อการส่งออกไทยในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2557 จะมีการทบทวนเป้าหมายใหม่ เพราะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ 3.6% ดีกว่าปีนี้ และหน่วยงานต่างๆ คาดการณ์ส่งออกปีหน้าจะขยายตัวได้ 78.1% ซึ่งปกติกระทรวงพาณิชย์จะตั้งเป้าหมายมากกว่าหน่วยงานอื่น เพื่อเป็นเป้าทำงาน ดังนั้นตัวเลขส่งออกปี 2557 ที่เคยกำหนดไว้เติบโต 5% จึงอยากให้มีการทบทวนใหม่ให้เติบโตมากกว่านี้ และจะมีการสรุปตัวเลขใหม่ในเดือน ก.พ. หลังจากที่ได้รัฐบาลใหม่แล้ว
ด้านรายละเอียดการส่งออกเดือน พ.ย. โดยกลุ่มสินค้าหมวดเกษตร/อุตสาหกรรม ลดลง 2.5% กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 5.2% ส่วนตลาดส่งออกหลักขยายตัว 3.1% ตลาดศักยภาพสูงลดลง 2.9% ตลาดศักยภาพระดับรองลดลง 8.7% และตลาดอื่นๆ ลดลง 70.5%
ขณะที่การนำเข้าเดือน พ.ย. เป็นการลดลงในสินค้าหมวดอาวุธยุทธปัจจัยและสินค้าอื่นๆ 46.2% หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่งลดลง 30.7% หมวดอุปโภคบริโภคลดลง 4.2% หมวดวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปลดลง 7.3% หมวดทุนลดลง 18.2% ยกเว้นเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 16.3%
ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตัวเลข 11 เดือนที่ติดลบกว่า 0.49% นั้นไม่ผิดคาด แต่การส่งออกไปยังสหรัฐจากเดิมที่ทรงตัว เริ่มทยอยปรับขึ้นบ้าง และเริ่มไปต่อ ส่วนในหลายประเทศที่เจอจุดต่ำสุดแล้วก็เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกุ้งและข้าวนั้นก็ต้องรอเวลาให้ปรับตัวดีขึ้น
เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกเดือน พ.ย. ติดลบ 4.08% นั้น ถือว่าต่ำกว่าที่คาดค่อนข้างมาก







