
ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ
ความล้มเหลวในการบริหารบริษัท การบินไทย ของคณะกรรมการบริษัท และนายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ทำให้บริษัท การบินไทย ขาดทุนในไตรมาส 3 เป็นเงินกว่า 6,312 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพการดำเนินงานของฝ่ายบริหารที่ได้รับการสรรหาโดยมีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังได้เป็นอย่างดี
ความล้มเหลวในการบริหารบริษัท การบินไทย ของคณะกรรมการบริษัท และนายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ทำให้บริษัท การบินไทย ขาดทุนในไตรมาส 3 เป็นเงินกว่า 6,312 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพการดำเนินงานของฝ่ายบริหารที่ได้รับการสรรหาโดยมีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังได้เป็นอย่างดี
การบินไทยไม่ใช่องค์กรเดียวที่ถูกการเมืองเข้าแทรก แต่รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง รวมถึงธนาคารของรัฐ ต่างถูกการเมืองแทรกแซงมาทุกยุคทุกสมัย เหมือนรัฐวิสาหกิจเป็นแหล่งเงินแหล่งผลประโยชน์ของนักการเมืองที่จ้องจะสูบเงินออกมาเพื่อพวกพ้อง
การตั้งกรรมการและผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจนั้น มีทั้งการแต่งตั้งโดยตำแหน่ง เช่น ตัวแทนกระทรวงการคลัง ตัวแทนอัยการสูงสุด เป็นต้น ส่วนกรรมการอื่นๆ ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องผ่านการสรรหาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณา แต่ในความเป็นจริงการเมืองสามารถชี้นำได้ว่าต้องการจะให้ใครได้รับตำแหน่ง
การตั้งคนของฝ่ายการเมืองไปนั่งบริหารสมบัติของชาติ ถือว่าไม่ดี แต่ที่เลวร้ายกว่าคือตั้งคนที่ไม่มีความสามารถเข้าไปบริหารองค์กรเหล่านี้ และได้สร้างความเสียหายให้กับองค์กรมากกว่าผลประโยชน์ โดยหวังเพียงเบี้ยประชุม เบี้ยเลี้ยง การเป็นบุคคลวีไอพีในองค์กร สามารถใช้งบประมาณเพื่องานส่วนตัวได้ บางคนไม่เคยออกความเห็นอะไรเลยในการประชุมบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มีผลประกอบการขาดทุน มีการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ และน่าแปลกใจยิ่งเข้าไปอีก เมื่อมีการปลดผู้บริหารที่บริหารงานดี ทำให้องค์กรมีกำไรออก เป็นคนอื่น เช่น กรณีของบริษัท การบินไทย ที่บอร์ดปลดนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ออกจากตำแหน่งดีดี ผู้ที่สร้างกำไรให้การบินไทยถึง 8,000 ล้านบาทออกไป เป็นนายสรจักร ทำให้องค์กรพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน
นอกจากนี้ ตัวอย่างความล้มเหลวที่เห็นอย่างชัดเจนอีกประการหนึ่งคือ ธนาคารของรัฐ อย่างธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ประสบปัญหาขาดทุนบักโกรกโดยที่ยังหาทางแก้ไขไม่ได้
เมื่อรัฐวิสาหกิจทั้งหลายขาดทุน รัฐบาลมีหน้าที่อุ้มองค์กรต่อด้วยการนำเงินงบประมาณจากภาษีประชาชนใส่เข้าไป
หากการปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปประเทศเป็นสิ่งสำคัญ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจก็ควรจะต้องมีการดำเนินการด้วยเช่นกัน หากปล่อยไว้เช่นนี้รัฐวิสาหกิจของไทยจะไม่พัฒนาและเป็นภาระของประเทศต่อไป







