
"อนุสรณ์"เย้ย"สุเทพ"เดินทั่วกทม.ขอเงิน
อนุสรณ์ เย้ย "สุเทพ"หลงเสียงเฮคิดว่าคนนิยม ฉะสารภาพที่แท้ "เดินขอเงิน" แนะเลิกทำตัวเป็นอันธพาลคอยข่มขู่เด็ก-ผู้หญิง
อนุสรณ์ เย้ย "สุเทพ"หลงเสียงเฮคิดว่าคนนิยม ฉะสารภาพที่แท้ "เดินขอเงิน" แนะเลิกทำตัวเป็นอันธพาลคอยข่มขู่เด็ก-ผู้หญิง
วันที่ 21 ธ.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ระบุ มีคนเอาเงินมาให้ จำนวน 7 ล้านถึง 8 ล้าน พร้อมข่มขู่นายกฯ ถ้าไม่เลื่อนการเลือกตั้งได้เห็นฤทธิ์ กปปส. ว่า นายสุเทพ ยิ่งพูดมาก ยิ่งพลาดมาก เข้าตัว เกิดอาการหลงเสียงเฮ หลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แถมยังสารภาพ ว่ามีใคร ร่วมขบวนการบ้าง และแรงจูงใจที่ชวนคนมาเดินป่วนเมืองสร้างความวุ่นวายไม่จบสิ้นที่แท้ก็สารภาพทำไปเพราะอยากหารายได้ เดินเพื่อขอเงิน ถือเป็นเวรกรรมประเทศ ที่คนพวกนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจสังคม การเมืองของประเทศอย่างประเมินมูลค่ามิได้ เงินที่ได้มาเทียบไม่ได้เลย กับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบ้านเมือง ถ้าได้วันละ 8 ล้านจริง แล้วชุมนุมต่อเป็นปีอย่างที่ว่า นายสุเทพจะได้เท่าไหร่ ชาติจะเสียหายไปเท่าไหร่
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ส่วนมุขบุกบ้านนายกฯเลิกได้แล้ว ทำแบบนี้ไม่ใช่วิธีสุภาพบุรุษไปกดดัน ข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ก็ข่มขู่ลูกนายกฯ ทำตัวอันธพาลรังแกเด็ก ทำความผิดต่อเนื่อง ไม่ต่างจากพวกจ้องทำร้ายเด็กที่ปรากฎเป็นข่าวนักวิชาการ ผู้คนได้ยินก็ไม่สบายใจ นายสุเทพอ้างจะมาปฏิรูปประเทศทั้งที่ปฏิรูปพรรคตัวเองยังไม่เคยคิดและก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตัวเองและพวกพ้องยังมาทำลายรัฐธรรมนูญ ทำลายหลักนิติธรรมนิติรัฐเสียจนป่นปี้นายสุเทพคิดว่าตัวเองเป็นอะไร เอาอำนาจอะไร มาทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้ พรรคเพื่อไทยต้องขอบคุณนายสุเทพ ที่ทำตัวเป็นอันธพาล โดนแจ้งข้อหากบฎยังเดินลอยหน้าลอยตาในบ้านเมือง ทำให้คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือ ภาคอิสานดีขึ้น เราเคารพคนชอบนายสุเทพ และนายสุเทพก็ต้องเคารพเสียงคนรักพรรคเพื่อไทยด้วย
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่มีกระแสข่าวปล่อยในโลกออนไลน์ว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้กฎอัยการศึกจัดการกับการชุมนุมว่า ไม่เป็นความจริง อาจเป็นเพียงความเห็นของนักการเมืองคนใดคนหนึ่งแล้วถูกนำไปขยายความ และ นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับมาโดยตลอดว่าการดูแลการชุมนุมนั้นรัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง ตัวแทนยื่นหนังสือให้พรรคการเมืองต่างๆให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปนั้น พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญกำหนดให้เลือกตั้งภายในระยะเวลา 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ยุบสภา จึงเชื่อว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้ รวมถึงที่ผ่านมากลุ่มที่ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้งก็ไม่สามารถระบุช่องทางรองรับได้ว่า จะต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตราใด
นอกจากนี้นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ที่ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. และนักการเมืองมีความพร้อม แต่ฝ่ายที่ไม่พร้อมคือประชาชน ว่า บ้านเมืองจะไม่เป็นปัญหาหากทุกคนทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไว้ แต่การที่มีการออกมาระบุว่าการเลือกตั้งสามารถเลื่อนออกไปได้ เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติยังเลื่อนการเลือกตั้งได้นั้น แค่วิธีคิดก็ถือว่าฟังไม่ขึ้นเพราะเป็นคนละกรณีกัน ทั้งนี้เมื่อมีพระราชกฤษฎีการกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว กกต. ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และที่บอกว่าฝ่ายประชาชนไม่พร้อมนั้น เป็นฝ่าย กปปส. ใช้หรือไม่ พร้อมทั้งยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ต้องเดินหน้า และสามารถทำควบคู่ไปกับการปฏิรูปประเทศได้







