posttoday
ปฏิรูปหรือปฏิวัติ

ปฏิรูปหรือปฏิวัติ

18 ธันวาคม 2556

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองหลายต่อหลายคนตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่มคนที่เรียกตัวเองกันว่า “มวลมหาประชาชน” ที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างมากมายมหาศาล ทั้งๆ ที่ Image หรือจินตภาพทางการเมืองของคุณสุเทพในสายตาของคนทั่วไปยังเป็นสีเทานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองหลายต่อหลายคนตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่มคนที่เรียกตัวเองกันว่า “มวลมหาประชาชน” ที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างมากมายมหาศาล ทั้งๆ ที่ Image หรือจินตภาพทางการเมืองของคุณสุเทพในสายตาของคนทั่วไปยังเป็นสีเทานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนคอลัมน์นี้คงเคยได้อ่านข้อเขียน “จดหมายถึงคุณยิ่งลักษณ์” ที่ผมเขียนถึงตอนที่เธอเข้ามาเป็นนายกฯ ใหม่ๆ ว่า การที่ประชาชนฉันทานุมัติ (โดยผ่านการเลือกตั้ง) ให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลก็เพราะประชาชนต้องการ 1.“สั่งสอน” รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ “สั่ง” ให้ทหารไปปราบปรามประชาชนด้วยวิธีการรุนแรงจนทำให้มีคนตายไปกว่า 90 ศพ และ 2.ต้องการให้คุณยิ่งลักษณ์สร้างประชาธิปไตย

แต่ด้วยการที่เธอเป็น “ชนชั้นกลาง” (นายทุน) เธอจึงถูกม่านแห่งชนชั้น “บังตา” เอาไว้จนมองไม่เห็นว่าการปกครองอันเกิดจากอำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยภายใต้การอำนวยการของพรรคเพื่อไทยว่า คือการปกครองแบบเผด็จการ หนำซ้ำยังมองไม่เห็นว่า “ประชาชน” ภายใต้ “สถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง” อันเกิดมาจากการ “สั่งสมปัญหา” ของเผด็จการก่อนหน้านั้น “ต้องการประชาธิปไตย”

ผลของการบริหารชาติบ้านเมืองด้วย “อวิชชา” ภายใต้คุณภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของคนไทย จึงทำให้ “คุณยิ่งลักษณ์” ถูกมวลชน ที่ต้องการประชาธิปไตยออกมา “ยืมมือ” “คู่ขัดแย้ง” ของเพื่อไทย มา...สั่งสอน!

สั่งสอนไปพร้อมๆ กับต้องการให้สุเทพและคณะสร้างประชาธิปไตยไปพร้อมๆ กัน

แต่ด้วยไม่มีวิชาความรู้ในทางการเมือง เทพเทือกและคณะ “เสนาธิการ” ก็สร้างประชาธิปไตยไม่เป็น แม้จะใช้คำว่า “สภาประชาชน” มากล่าวอ้างให้เหมือนจะดูดี แต่การอ้างแบบให้ประชาชนมาเซ็น “เช็คเปล่า” ให้สุเทพกับคณะไปกรอกอำนาจอธิปไตยเอาเอง โดยไม่บอกว่าจะใช้สภาดังกล่าวพาประชาชนพ้นจากการเมืองเน่าๆ ไปสู่การเมืองน้ำดีที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” ได้อย่างไรนั้น ใครเขาจะไปเชื่อว่าคุณสุเทพและคณะจะไม่เอาเช็คเปล่าใบนั้นไปใส่อำนาจอธิปไตยให้พวกคุณกันเอง ถามจริงๆ ว่าคุณสุเทพและคณะ “กปปส.” มีใครรู้วิชาการ สร้างประชาธิปไตยกี่คน เห็นรู้แต่วิชาสร้าง “รัฐธรรมนูญ” วิชาสร้าง “การเลือกตั้ง” และวิชาสร้าง “เผด็จการ” เท่านั้น

จุดบอดที่สำคัญที่สุดอีกจุดหนึ่งของ กปปส. ก็คือการ “กระจายอำนาจการปกครอง” โดยเฉพาะเรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด” ที่จะนำมาซึ่งการ “แบ่งแยกราชอาณาจักร” แบบผิดมาตรา 3 ที่ว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรจะแบ่งแยกมิได้ ผิดมาตรา 291 ที่ห้าม “เปลี่ยนรูปของรัฐ”

และถ้ามีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ภายใต้การอำนวยการของระบอบเผด็จการขึ้นเมื่อใด 76 จังหวัด+1 มหานคร แทนที่จะได้ผู้ว่าของประชาชนกลับไปได้ผู้ว่า “อิทธิพลอำนาจมืด” ที่เป็นมือเป็นตีนให้พรรคการเมืองคนส่วนน้อย “เข้าไปใช้เงินแผ่นดิน” หาเสียงตามกฎหมายสบายไป ยิ่งเลือกตั้งในขณะที่คนในชาติแบ่งแยกออกเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจนแบบนี้ มีหรือจะไม่ขยายความร้าวฉานจากระดับชาติไปสู่ระดับท้องถิ่น มีหรือที่จะไม่นำมาซึ่งการฆ่ากันของคนในครอบครัว ในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ

แค่เลือกตั้ง อบจ. อบต.ที่ผ่านมายังฆ่ากัน ไม่พออีกหรือ “คุณๆ มิจฉาทิฐิ” ทั้งหลาย อย่าให้ต้องระบุชื่อออกมาเลยว่าพวกมิจฉาทิฐิเหล่านี้หน้าตาเป็นอย่างไร ไม่ไปถามผู้ประกอบการท้องถิ่นกันดูหรือว่า อำนาจรัฐเล็กๆ ที่กระจายไปแล้วได้สร้างปัญหาให้พวกเขาอย่างไร สร้างความแตกแยกให้ “คนท้องถิ่น” มากมายเพียงใด

ว่าเรื่องจุดบอดของฝ่ายโค่นไปแล้วก็อยากจะเรียนถึงจุดบอดของฝ่ายรัฐบาลบ้าง ที่หนักหนาสาหัสของฝ่ายรัฐบาลก็คือการเอา “รัฐธรรมนูญ” มาเป็นเกราะกำบัง ไม่ได้มองการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกชนชั้นเป็น ตัวตั้ง วนเวียนกับวลีที่ว่า “การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย การไม่เลือกตั้งคือ ไม่เป็นประชาธิปไตย” ทั้งๆ ที่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยวิธีหนึ่งเท่านั้น ประเด็นไม่ได้อยู่ที่วิธีการเลือกตั้ง แต่ประเด็น อยู่ที่ “อำนาจอธิปไตย” (ที่ได้มา) เป็นอำนาจอธิปไตย “คนส่วนน้อย” หรือ “ปวงชน” ต่างหาก

ถ้าเลือกแล้วได้อำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยมาก่อปัญหาอีก เราจะเลือกตั้งกันให้บ้าไป ทำไม? 80 กว่าปีของการปกครองแบบเผด็จการระบบรัฐสภาที่ผ่านมา คนไทย เจ็บ จน ยังไม่พออีกหรือ!

เลือกตั้งภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ก็ได้ การ ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ เลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตยก็ได้การปกครองแบบประชาธิปไตย เลือกตั้งภายใต้ระบอบเผด็จการจะไปได้การปกครองแบบประชาธิปไตยโลกก็วิปริตเท่านั้น! คุณยิ่งลักษณ์และ กปปส.ปฏิรูปโดยไม่ปฏิวัติประชาธิปไตยก็เท่ากับว่าช่วยกัน ไถนาแนวใหม่เพื่อหว่านเมล็ดวัชพืชเดิมซ้ำลงไปนาเดิมแทนที่จะช่วยกันเอาวัชพืช (อำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อย) “ออก” แล้วหว่านข้าว (อำนาจอธิปไตยปวงชน) ลงไป เพื่อให้คนไทยได้กินดีอยู่ดี พวกคุณก็ไม่ทำ!

ส่วนทหารที่เรียนมาแต่ด้าน “การทหาร” แม้จะรู้ดีว่านักการเมืองทั้งเหลืองและแดงต่าง ก็มีสีเทาที่ไม่ต่างกัน แต่ด้วยความไม่รู้ใน “วิชาการเมือง” ว่าจะสร้างประชาธิปไตยได้อย่างไร (รู้อย่างเดียวคือทำรัฐประหาร) พอเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ “ทหารไทย” ก็เลยเป็น “ทหารไทยงง” นอกจากจะ “ไปไม่เป็น” แล้วยังมีทีท่าว่าจะ “ชกกันเอง” เพื่อให้เกิด “ความไม่มั่นคง” ในหน่วยงาน “ความมั่นคง”

ก็ตัวเองมีหน้าที่ “รักษาความมั่นคง” แต่ก็ “ไม่รู้วิชา” ที่จะ “ป้องกัน” ไม่ให้เกิด “ความไม่มั่นคง” แล้วยังจะมาเถียงกันเองทำหอกอะไร! 66/23 เขาปูทางเดินให้ทหารรู้วิชาการเมือง รู้วิชาสร้างประชาธิปไตย รู้วิชาป้องกันไม่ให้เกิดความไม่มั่นคงในชาติให้แล้ว ยังทะลึ่งเขี่ยเอาของดีๆ ออกนอกกองทัพ มันถ้าจะบ้า!

บอกได้เลยว่าถ้าไม่ “เคลื่อนไหวทางความคิด” ให้เป็น “เอกภาพ” ทางความคิด (ถูก) ก่อน ไม่ว่าจะ “ปฏิรูปก่อน” หรือ “เลือกตั้งก่อน” ก็นองเลือดด้วยกันทั้งคู่ ใครอย่ามาบอกว่าแนวทางกูอรหันต์แนวทางมึงไม่อรหันต์เลย นรกทั้งคู่นั่นแหละครับ!

ป.ล.ใครอยากรู้วิธีการสร้างประชาธิปไตยเป็นอย่างไรส่งอีเมลมา [email protected] ครับ ถ้าจะให้ส่งจดหมาย (ติดแสตมป์มาด้วย) ก็ส่งมาตามที่อยู่ของหนังสือพิมพ์ครับ วงเล็บว่า “การเดินทางของความคิด” จะส่งไปให้มากที่สุดตามกำลังทรัพย์ส่วนตัวครับ!

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง