
ธุรกิจเอสเอ็มอีลดใช้สินเชื่อแบงก์
เสี่ยง!ไม่เบิกดีกว่าแบงก์หวั่นหนี้เสียห่วงรายสต๊อกเยอะ
เสี่ยง!ไม่เบิกดีกว่าแบงก์หวั่นหนี้เสียห่วงรายสต๊อกเยอะ
แบงก์ชี้การเมืองวุ่นฉุดยอดใช้สินเชื่อเอสเอ็มอีปลายปีวูบ ไม่เบิกเงินแถมคืนด้วย ห่วงลูกค้าที่มีสต๊อกมาก
นายวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาธนาคารเริ่มเห็นสัญญาณการเบิกใช้สินเชื่อหมุนเวียนของลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร สถานบริการ ก่อสร้างและธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในกรุงเทพฯ
สำหรับสาเหตุที่เอสเอ็มอีใช้สินเชื่อลดลง เชื่อว่าเป็นผลต่อเนื่องมาจากการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และบรรยากาศการใช้จ่ายได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง
“เดิมเราคาดว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้น่าจะโตได้เกินเป้าหมายที่ 10% ได้ แต่จากภาวะการเมืองที่เปรียบเสมือนกึ่งสุญญากาศทำให้เอกชนที่มีแผนจะขยายการลงทุนอาจชะลอดูความชัดเจน ผู้บริโภคก็ไม่กล้าใช้จ่ายมาก ธุรกิจก็สต๊อกสินค้าและวัตถุดิบลดลง” นายวีระศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ธนาคารยังเชื่อว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้จะยังเติบโตได้ใกล้เคียงระดับ 10% เนื่องจากกลุ่มส่งออกและผลิตยังดำเนินได้ปกติ ธุรกิจที่อยู่ในต่างจังหวัดและภูมิภาคต่างๆ ก็ยังเติบโตได้ดี
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายได้ในระยะสั้นก็เชื่อว่าสินเชื่อปีหน้าจะโตได้สูงกว่า 10% อีกครั้ง
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในไตรมาส 4 พบว่ายอดการเบิกใช้สินเชื่อของลูกค้าเอสเอ็มอีลดลงราว 2% ขณะเดียวกัน ยังมีลูกค้าอีกราว 1 ใน 4 ของพอร์ตที่คืนเงินกู้เข้ามาแล้วไม่เบิกใช้ของใหม่ คาดว่ายอดสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้จะเติบโตได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท และยังมีความเสี่ยงที่หนี้เสียในปีหน้าอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 3.05% ในปีนี้
นายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีเบิกใช้สินเชื่อหมุนเวียนลดลงในช่วงปลายปี คงทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างในปีนี้โตได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 4.5 หมื่นล้านบาท และจะเริ่มเห็นการชะลอได้ชัดขึ้นในช่วงไตรมาสแรก เพราะเป็นช่วงที่ธุรกิจมีการเบิกใช้สินเชื่อน้อยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อรวมปัจจัยการเมืองก็จะกลายเป็นดับเบิลอิมแพกต์ต่อธนาคาร
ทั้งนี้ หากการเมืองคลี่คลายได้ในไตรมาสแรก ธุรกิจและสินเชื่อจะฟื้นกลับมาได้ในไตรมาส 23 แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจเป็นแรงฉุดในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งน่ากังวลว่าธุรกิจที่มีการสต๊อกสินค้าล่วงหน้ามากอาจประสบปัญหากระแสเงินสดได้







