
นายกฯสั่งครม.หาแผนปฏิบัติตามแนวทางปรองดอง
ปณิธานเผย นายกฯชี้แจงกลางครม.สั่งทุกหน่วยงานทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมหาแนวทางทำแผนปรองดองให้เป็นจริง ย้ำข้อเสนอเลือกตั้งใหม่14พ.ค.เป็นข้อตกลงที่หารือพรรคร่วมแล้ว
ปณิธานเผย นายกฯชี้แจงกลางครม.สั่งทุกหน่วยงานทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมหาแนวทางทำแผนปรองดองให้เป็นจริง ย้ำข้อเสนอเลือกตั้งใหม่14พ.ค.เป็นข้อตกลงที่หารือพรรคร่วมแล้ว
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแนวทางที่รัฐบาลจะเดินหน้าทำให้องค์ประกอบข้อเสนอแผนปรองดองสมานฉันท์ 5 ข้อเป็นจริงให้ครม.ทราบ และย้ำให้ ครม.เดินหน้าทำงานร่วมกับประชาสังคม กลุ่มบุคคลที่หลากหลาย โดยรัฐบาลและข้าราชการมีบทบาทสำคัญที่จะหาแนวทางในการทำข้อเสนอให้เป็นจริง
"นายกฯได้สั่งให้เตรียมพร้อม เดินหน้าดูแลในเรื่องปัญหาความยากจน ความไม่พอใจหรือไม่เป็นธรรมที่ประชาชนมีความรู้สึก โดยให้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายนโยบายร่วมมือกับฝ่ายปฏิบัติของส่วนราชการดำเนินการอย่างเข้มแข็ง และให้ทุกหน่วยงานทำงานในลักษณะที่เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย"นายปณิธานกล่าว
นายปณิธานกล่าวอีกว่า นายกฯได้สั่งการ ให้หน่วยงานราชการทั้งหมดร่วมมือกันและให้ดูแลปกป้องสถาบันและให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่ทำผิด โดยเฉพาะคดีสำคัญ 2 คดี คือ คดีที่มีผลกระทบต่อสถาบัน และคดีก่อการร้าย
"นายกฯ ได้พูดถึงการเลือกตั้งใหม่ว่ามีการตอบรับในเรื่องนี้ ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการในส่วนของรัฐบาลให้เรียบร้อย โดยระบุว่าข้อตกลงจัดเลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พ.ย. เป็นข้อตกลงของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งได้มีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง"นายปณิธานกล่าว
ส่วนการมอบหมายให้ เลขาธิการนายกฯ และฝ่ายปฏิบัติศุนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้มีการบริหารจัดการหากจะมีการยุติการชุมนุม ซึ่งจะมีขั้นตอนมาก โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยของทุกฝ่ายในการยุติการชุมนุม ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่เป็นขั้นตอนและชัดเจนในการที่จะเข้าไปดำเนินการด้าน ความปลอดภัย ตลอดจนอำนายความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่ง ศอฉ. จะมีการแถลงให้ประชาชนทราบต่อไป
ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ดูแล จัดการงานวันฉัตรมงคลที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ค. โดยให้มีการประสานงานกับศอฉ. ในการดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด







