
เปิดสะพานข้ามโขงเชียงของ
เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจ‘ไทยลาวจีน’ปลุกการค้าการลงทุนและท่องเที่ยวคึกคัก
เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจ‘ไทยลาวจีน’ปลุกการค้าการลงทุนและท่องเที่ยวคึกคัก
สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 เชื่อม 3 ชาติ ปลุกค้าชายแดนและท่องเที่ยว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 (เชียงของห้วยทราย) ร่วมกับนายบุนยัง วอละจิด รองประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อถนนอาร์ 3 เอ ไทยลาวจีนตอนใต้ จากกรุงเทพฯ ไปคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศ ทั้งการค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยวคึกคักที่ถนนสายนี้ผ่าน
ทั้งนี้ มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และกราบบังคมทูลถวายรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานจากภาครัฐ เอกชน พ่อค้า ประชาชน ทั้งพสกนิกรชาวไทยและชาวลาวต่างปลาบปลื้มปีติเฝ้าฯรับเสด็จ และเข้าร่วมในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพเป็นจำนวนมาก
สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 รัฐบาลไทยได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างครึ่งหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งทางรัฐบาลจีนเป็นผู้ให้การสนับสนุนร่วมรับผิดชอบ ซึ่งกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงได้รับผิดชอบก่อสร้าง งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 1,570 ล้านบาท ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงคุนหมิง กว่า 1,800 กิโลเมตร ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนแรกเป็นถนนฝั่งไทย 4 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 60 เมตร ระยะทาง 5 กิโลเมตร มีถนนใน สปป.ลาว ขนาด 2 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 50 เมตร ระยะทาง 6 กิโลเมตร
นอกจากธุรกิจการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งนี้แล้ว การค้าชายแดนก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจากด่านศุลกากรเชียงของ ระบุว่า ในปี 2554 มีการนำเข้า 2,268 ล้านบาท ส่งออก 5,931 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่าการนำเข้า 3,071 ล้านบาท ส่งออก 9,453 ล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2556 (เดือน ต.ค. 2555-มิ.ย. 2556) มีมูลค่าการค้ารวมมากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าพืชผัก เครื่องจักร รถยนต์ ฯลฯ ส่วนสินค้าส่งออก ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ
ขณะที่ภาคการลงทุนของทั้งฝั่งประเทศไทยและฝั่ง สปป.ลาว คึกคักไม่แพ้กัน เนื่องจากภาคเอกชนจีนได้ลงทุนทำธุรกิจเมกะโปรเจกต์ต่างๆ มากมายบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ฝั่ง สปป.ลาว เช่น เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ และนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลทำให้จังหวัดทางภาคเหนือตอนปลายอย่าง จ.เชียงราย ได้รับผลประโยชน์โดยตรง รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงที่จะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยถือว่านี่เป็นโอกาสทองในการเปิดช่องทางแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงประเทศที่ 3 ที่ทำการเดินทางผ่านประเทศได้เป็นอย่างดี
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้เตรียมต้อนรับคณะคาราวานรถยนต์จีน 46 คัน จำนวน 183 คน ซึ่งเดินทางมาจากเมืองสิบสองปันนา ประเทศจีน โดยใช้เส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยว จีนลาวไทย หรือ R 3 A (เส้นทาง สิบสองปันนาบ่อหานหลวงน้ำทาห้วยทรายเชียงของ) ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 อ.เชียงของ จ.เชียงราย
นายศรีสุดา กล่าวอีกว่า คาราวานรถยนต์จีนนับเป็นคณะแรกที่เดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งใหม่ โดยคณะคาราวานรถยนต์ดังกล่าว ประกอบด้วย นักท่องเที่ยวจีน กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงจาก 2 มณฑล ได้แก่ มณฑลเสฉวนและมณฑลยูนนาน ซึ่งจะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.เชียงราย และไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย ระหว่างวันที่ 12-17 ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ททท. คาดว่า ตลอด 6 วัน ของการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยของคณะคาราวานรถยนต์จะสร้างรายได้ให้กับ จ.เชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียงไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท จากสถิตินักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย ระหว่างเดือน ม.ค.ก.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 4,056,522 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 84.08% และคาดว่าภายในสิ้นปี 2556 จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากถึง 4.46 ล้านคน







