
นายกฯยันโรดแมปไม่ต้องขอมติพรรคร่วม
นายกฯ โยน นปช.ตัดสินใจรับแผนปรองดอง ชี้กรอบเวลาเลือกตั้งเหมาะสม ย้ำไม่มีนิรโทษกรรมคดีอาญา เตรียมประชุมสมัชชาปฏิรูปประเทศ 20 พ.ค.
นายกฯ โยน นปช.ตัดสินใจรับแผนปรองดอง ชี้กรอบเวลาเลือกตั้งเหมาะสม ย้ำไม่มีนิรโทษกรรมคดีอาญา เตรียมประชุมสมัชชาปฏิรูปประเทศ 20 พ.ค.
เมื่อเวลา 14.30น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรั ฐมนตรี ได้แถลงภายหลังการประชุมครม.ถึงแนวทางแผนปรองดองว่า ส่วนนี้ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ทุกคนทำหน้าที่ได้ตามปกติ ทำเรื่องต่างๆไม่ทำให้เกิดการแตกแยกรัฐบาลก็จัดให้มีการเลือกตั้งได้ในวัน ที่ 14 พ.ย. แต่ถ้าเขาไม่เข้าร่วมเราก็จะดำเนินการตาม 5 ข้อ เชื่อว่าทุกอย่างจะขลุกขลักและไม่มีความชัดเจนว่าบรรยากาศที่เหมาะสมเรื่อง การเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของทางนปช.จะตัดสินใจ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มาตรการที่เสนอมาไม่ได้เกิดจากการถูกข่มขูคุกคาม เพราะข้อเสนอเรื่องการยุบสภานั้นตนเองเคยพูดไว้แล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว3 เงื่อนไขว่า การยุบสภามันมีเวลาที่เหมาะสมของมัน เงื่อนไขแรกคือเรื่องเศรษฐกิจ ที่วันนี้เป็นไปที่พูดไว้ โดยเรื่องงบประมาณจะมีการเดินหน้าตามปกติ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจได้รับผลกระทบเฉพาะเดือน เม.ย.-พ.ค.เท่านั้นเ เพราะไตรมาศแรกเศรษฐกิจดีเกินคาด ฉะนั้นเงื่อนไขการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็เป็นไปตามที่เคยพูด
ประเด็นที่สองเรื่องกติกา มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายมาตลอด หาจุดลงตัวไม่ได้ จึงมีการเสนอในข้อ 5 (ใน โรดแมป) ที่จะทำกระบวนการมีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร และ ถ้าข้อยุติได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้าจะ นำไปสู่เงื่อนไขข้อที่สาม เรื่องความสงบ เชื่อว่าถ้าเรามี 6 เดือน ที่ไม่มีการชุมนุมเคลื่อนไหว ต่อต้าน ขัดขวาง การทำหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ จะเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเลือกตั้งได้ ดังนั้น การที่บอกว่าตนเองไปจำนนก็ต้องเป็นเรื่องที่บอกว่ายุบสภาทันที ภายใน 15-30วันมากกว่า
ย้ำโรดแมปไม่มีนิรโทษกรรมคดีอาญา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โรดแมปดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาที่ทั้งหมดต้องมีการเดินหน้าโดยเฉพาะคดีหลักๆที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไปดูแลอย่างเต็มที่ในกระบวนการปรองดองไม่พูดถึงการนิรโทษกรรมใครในทางอาญาทั้งสิ้น ยกเว้นเพียงประชาชนที่เข้าไปในพื้นที่การ ชุมนุมส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีหลักมีหมายจับก็ต้องดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่า นายกฯยืนยันว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมในคดีอาญา หมายถึงแกนนำที่ร่วมการชุมนุมจะไม่มีความผิดและมีการนิรโทษใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ขณะนี้เขามีหมายจับอยู่ก็เดินต่อ กระบวนการเดินต่อ ขณะนี้หมายจับต่างๆที่ออกไปเป็นคดีอาญาทั้งสิ้น แกนนำทั้งหมดที่ถูกหมายจับมีการดำเนินคดีตามปกติ สิทธิหน้าที่ตามกฎหมายเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น และเมื่อเข้ากระบวนการก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ต้องเคารพการตัดสินของศาล หากมีการประกันตัวหรือไม่อย่างไรศาลจะต้องใช้ตัดสิน
นายกฯ กล่าวว่า พรรคร่วมไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะกรอบเวลาที่กำหนดประเมินตามสถานการณ์ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ กติกา และความสงบ อย่างไรก็ตามแกนนำผู้ชุมนุมต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สามารถได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมได้ ส่วนเรื่องการจับกุมนั้น คิดว่าคงบริหารไม่ให้เกิดความวุ่นวายได้ ความรับผิดทางกฎหมายเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น สิทธิในทางกฎหมายมีเช่นไรก็เช่นนั้น
เมื่อถามว่า กรณีนี้หากเจ้าหน้าที่รู้ว่ารัฐบาลจะยุบสภาจะเกิดเกียร์ว่างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะเบาๆก่อนกล่าวว่าไม่มีใครรู้แน่นอน มันต้องบริหารสถานการณ์ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนพ.ย. เลือกตั้ง ไม่มีปัญหา
ส่วนการดำเนินคดีถ้ามีการยุติการชุมนุมจะมีการ บริหารขั้นตอน เพื่อความปลอดภัย รายละเอียดขณะนี้ในฝ่ายการเมือง ตนเองมอบให้ทางนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ในฝ่ายประจำมอบให้ทางพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ได้มอบหมายกับทั้ง 2 ท่านแล้ว ว่า กรณีที่มีการยุติการชุมนุมต้องเป็นผู้ประสานงานจัดการการยุติการชุมนุมให้ เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
ส่วน เหตุการณ์ 6 เดือนข้างหน้าต้องดูว่ากระบวนการก่อการร้ายยังมีอยู่หรือไม่ แต่เชื่อว่าผลจากที่การจับกุม ค้นพบอาวุธ ทราบชัดเจนมากขึ้นว่ากระบวนการเครือข่ายการก่อการร้ายเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ที่จะทำงานในเรื่องนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ถ้าสมมุติว่ามีการรับเงื่อนไขต้องมีวิธีการบริหารการยุติการชุมนุม โดยดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่จะเดินทางกลับ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐต้องตรวจสอบเรื่องอาวุธ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเกิดความมั่นใจกับทุกฝ่าย”
เตรียมจัดประชุมสมัชชาปฏิรูปประเทศ 20 พ.ค.
นายกฯ กล่าวว่า กับเวลา 6 เดือนเศษที่มีอยู่นั้น คิดว่าสิ่งที่สามารถทำให้สำเร็จได้คือ เรื่องการสอบสวนเหตุการณ์ คิดว่าระยะเวลา 6 เดือน เพียงพอ กติกาทางการเมือง เรื่องไหนเร่งด่วนก็ทำก่อน เรื่องไหนรอได้ก็รอหลังการเลือกตั้งได้ ส่วนกระบวนการของสื่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม คงไม่สามารถทำได้ภายใน 6 เดือน แต่ก็ยังมีกลไกและ กระบวนการที่จะทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้วันที่ 12-13 พ.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และมีการประสานภาคประชาสังคมทำข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ ซึ่งอาจจะมีการจัดสมัชชาในวันที่ 20 พ.ค. เหล่านี้จะนำไปสู่การเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเรื่องย่อยๆ ทั้งปัญหาที่ทำกิน หนี้สิน โอกาส เรื่องความยากจน
สำหรับการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่าการชุมนุมจะยุติเมื่อไหร่ ยืนยันได้ว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะต้องดำเนินไปอีกระยะเพื่อให้การบริหารการยุติการชุมนุมต้องใช้อำนาจเจ้าหน้าที่เพื่อดูแล เรื่องความปลอดภัย ทั้งเรื่องบุคคลและสถานที่ กลไกที่ต้องทำเรื่องสื่อไม่ให้มีการปลุกระดมปลุกปั่นสามารถทำงานได้ ถ้ายกเลิกไปแล้วมีการปลุกปั่นขึ้นอีกจะมีปัญหา
วอนทุกฝ่ายสร้างความปรองดอง
นายกฯ บอกว่า เรื่องกระบวนการปรองดองที่เสนอมานั้น กำลังพูดถึงคนจำนวนมากที่หลากหลายแต่คงไม่ยากเกินไปที่จะรู้ว่าอะไรเป็น กระบวนการระบบ ที่เป็นปัญหาควบคุมไม่ได้ ไม่ควรบอกว่าฉันไม่เกี่ยว ผมไม่ เกี่ยว ทุกคนต้องมาช่วยกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะช่วยแก้ไขอย่างไร
“ยกตัวอย่างว่า สื่อสิ่งพิมพ์มีพฤติกรรมชัดเจนมีชื่อบุคคลว่าใครรับผิดชอบบ้าง ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกันรวมทั้งนปช. ว่าตกลงว่าสื่อนี้เกี่ยวข้องกับนปช.หรือไม่ เช่นเว็ปไซต์ นปช.ยูเอสเอ ตกลงว่าเกี่ยวหรือไม่ เกี่ยวกับนปช. ถ้าเกี่ยวแสดงว่าคุณไม่เข้าสู่กระบวน การปรองดอง ถ้ามีพฤติกรรมที่ชัดเจน ถ้าไม่เกี่ยวคุณต้องให้ความร่วมมือในการจัดการ มันเป็นเงื่อนไขลักษณะนี้ ไม่ใช่มีปัญหาแล้วบอกว่า ผมไม่เกี่ยว ไม่รู้ ไม่ได้”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอายุรัฐบาลชุดไหนที่ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว จะตอบคำถามต่อคนที่ไม่อยากให้นายกฯยุบสภาอย่างไรนั้น เรียนแล้วว่า กระบวนการปรองดองคงไม่มีใครได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามใจชอบ และก่อนจะมีเรื่อง การชุมนุม ผมส่งสัญญาณมาตลอดว่า เห็นว่าการยุบสภาเป็นจุดที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้แต่ต้องถึงจุดที่เหมาะ สม เพราะฉะนั้น เป็นจุดยืนของผมมาโดยตลอด เห็นใจคนที่เห็นอยากเห็นรัฐบาลอยู่ครบวาระ ตนเองก็ให้การยืนยันว่าการตัดสินใจของตนเองอยู่บนหลักการที่ผมพูดมาโดยตลอด ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะทำให้เสียหลักในทางนิติรัฐ ไม่มีการนิรโทษกรรมทางอาญา ใครมีความผิดทางกฎหมายก็ต้องมีการจัดการ
ชี้ไม่มีการต่อรอง เชื่อประชาชนรับไม่ได้
เมื่อถามว่า ยังมั่นใจหรือไม่ว่าระยะเวลา 6 เดือนเป็นคำตอบสุดท้ายของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้อนถามว่า ในความหมายไหน ไม่มีอะไรที่จะต่อรอง เป็นการนำเสนอที่ครบถ้วนในตัวของมันเอง ถ้าตอบรับก็ตอบรับ ถ้าไม่ตอบรับก็ไม่ตอบรับ นึกไม่ออกว่าสังคมจะปล่อยให้เป็นเรื่องเจรจาต่อรองอะไรกันอีก คิดว่าสิ่งที่ได้พูดไปได้ฟังจากทุกฝ่ายแล้ว แม้กระทั่งคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมเองก็ยอมรับว่าเป็นแนวคิดที่ สอดคล้องกับการแก้ปัญหาในภาพรวม ทั้งนี้ถ้าผู้ชุมนุมไม่ตอบรับ จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่ต้องถึงกับการลงสัตยาบัน การแถลงต่อสาธารณะมันผูกมัดทุกอย่างอยู่แล้วในตัว และตนเองได้อธิบายเงื่อนไขทุกอย่างชัดเจน ตอนนี้มีเรื่องรายละเอียด มีบุคคล กลไก เข้ามารับผิดชอบ ต้องฟังและช่วยกันคิดและจัดตั้งขึ้นมา
ชี้โรดแมปไม่ใช่มติพรรค เมิน “ชวน”ไม่เห็นด้วย ฝันจะฝ่าวิกฤตได้
นายกฯ บอกว่า การเสนอโรดแมปดังกล่าวไม่ใช่มติพรรคครับ แต่คิดว่าในหลักการตัดสินใจบริหารสถานการณ์ ก็ได้ทำความเข้าใจสมาชิกของพรรคระดับหนึ่ง สำหรับประธานที่ปรึกษาฯ นั้นผมยังไม่เห็นรายละเอียดการสัมภาษณ์ แต่เห็นที่สรุปออกมา 2 เรื่อง คือ 1.ท่านไม่เห็นด้วยต่อการยุบสภาเป็นการยอมจำนนต่อการกดดันนั้น ตนเองได้อธิบายแล้วว่าหลักการยุบสภา กรอบเวลาที่คิดสอดคล้องกับสิ่งที่ผมคิดมาก่อนหน้านี้ 2. ท่านไม่ เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมในคดีอาญา ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอยู่แล้ว ถ้าท่านพูดสองเรื่องนี้ก็เห็นว่าไม่ได้ขัดอะไรกับสิ่งที่ผมตัดสินใจ”
“ผมยังมีความหวังว่า นี่จะเป็นโอกาสที่จะฝ่าวิกฤติที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ไม่ง่ายหรอกครับ แม้จะมีโอกาสผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่าท่าทีสุดท้ายของนปช. สุดท้ายเป็ยอย่างไร และสิ่งที่ผมตั้งเอาไว้ 6 เดือน ถ้าทุกอย่างสงบเรียบร้อยจริง คือภารกิจสำคัญที่สุดของรัฐบาลในการแก้ปัญหาพื้นฐานความแตกแยกทั้งหมด ส่วนจะกลายเป็นสุขชั่วคราวและกลายเป็นทุกข์หนักของประเทศนั้น อยู่ที่พวกเราทุกคนว่า ในที่สุดมันจะเป็นเรื่องชั่วคราวหรือไม่ แต่ไม่ให้มันเป็นอย่างนั้น แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของผม” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า กติกาข้อ 5 ในเรื่อง นิรโทษกรรมจะเป็นประโยชน์ต่อนักการเมือง จะตอบคำถามประชาชนที่ไม่ทำผิดกฎหมายได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆถ้าจบแค่ 4 ข้อมันก็เป็นคำตอบกับโจทย์ที่ เกี่ยวข้องกับประชาชนในวงกว้าง แต่คิดว่าวันนี้ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงว่าความขัดแย้งอีกส่วนเป็นความขัด แย้งของนักการเมืองกันเอง ถ้าเราไม่เผชิญตรงนั้นด้วยคำตอบมันก็ไม่ครบ ส่วนการดำเนินการตามข้อ 5 ตนกำลังเปิดทางเลือกอยู่ 2ทาง แล้วตัดสินใจว่ากลไกดำเนินเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าการหาคำตอบเรื่องนี้แม้จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองโดยตรงต้องมีคำ ตอบให้รรมจะเป็นประโยชน์ต่อนักการเมือง จะตอบคำถามประชาชนที่ไม่ทำผิดกฎหมายได้อย่างไร นั้น อยู่ที่พวกเราทุกคนว่า ในที่สุดมสังคมด้วย คงไม่ใช่เรื่องที่นักการเมืองไม่ต้องสนใจกับความต้องการของสังคม เมื่อถาม ว่า หมายรวมถึงการปฏิรูปนักการเมืองด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หรอก แต่อยู่ที่ผู้ที่จะสนองข้อเสนอ เป็นการตัดสินใจของเขา ซึ่งเรียนแล้วว่าหากตอบรับจะเป็นอย่างไร ไม่ตอบรับจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า นายกฯจะรอดูท่าทีของนปช. นานแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขากำลังพูดถึงเรื่องวันฉัตรมงคลกันอยู่ เมื่อถามว่าถ้าในพรรคไม่มีความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกันนั้นจะเป็น เงื่อนไขของการยอมรับของกลุ่มผู้ชุมนุม นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว







