posttoday
สิ้นระบอบทักษิณ

สิ้นระบอบทักษิณ

08 ธันวาคม 2556

ระบอบทักษิณคืออะไร ทำไมต้องโค่นล้ม คนที่ตั้งคำถามแบบนี้มี 3 พวก คือ หนึ่ง พวกที่ไม่รู้จริงๆ

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

ระบอบทักษิณคืออะไร ทำไมต้องโค่นล้ม

คนที่ตั้งคำถามแบบนี้มี 3 พวก คือ หนึ่ง พวกที่ไม่รู้จริงๆ เพราะไม่เคยสนใจการบ้านการเมืองมาก่อน หรือไม่มีโอกาสที่จะไปเรียนรู้หรือสนใจอะไร เพราะต้องตรากตรำทำมาหากิน สอง พวกที่รู้ครึ่งๆ กลางๆ เพราะเลือกที่จะรู้หรือเลือกที่จะฟัง ซึ่งส่วนมากก็จะไม่ค่อยได้แยกแยะ มีฝักมีฝ่าย หรือแล้วแต่จะมีคนอธิบายให้ฟัง และสาม คนที่รู้ดีแล้วแต่แกล้งไม่รู้ โดยเฉพาะคนที่ยังมีผลประโยชน์หรือหากินกับระบอบทักษิณ รวมทั้งคนที่เกลียดระบอบทักษิณแต่ยังมอง “โลกสวย” เกินไป ถึงขั้นที่ตำหนิคนที่ทำรุนแรงกับระบอบทักษิณว่าเป็นการกระทำที่ไม่งามและเกินกว่าเหตุ

เริ่มต้นต้องเข้าก่อนว่า “ระบอบ” คืออะไร

“ระบอบ” เป็นคำต่างด้าว มาจากภาษาอังกฤษว่า Regime ซึ่งเป็นศัพท์ทางวิชารัฐศาสตร์ แปลเป็นไทยอย่างง่ายก็จะหมายถึงรูปแบบหรือวิถีชีวิตทางการเมืองการปกครองที่ประกอบด้วยกลไก และกระบวนการต่างๆ ที่ทำหน้าที่ไปสู่จุดมุ่งหมายต่างๆ ในทางการเมืองการปกครองนั้น แต่ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดพิสดารในความหมายอย่างยาก ก็จะต้องกล่าวถึงรูปแบบการปกครอง ลัทธิ อุดมการณ์ วัฒนธรรมทางการเมือง บุคลิกภาพ และพฤติกรรมทางการเมืองต่างๆ โดยละเอียด ดังนั้นผู้เขียนจึงชอบเรียกสั้นๆ เวลาสอนนักศึกษาว่า “วิถีปกครอง” เพราะกลไกหลักมีเพียง 2 ส่วน คือ ผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง และก็มีกระบวนการหลักเพียง 2 เรื่อง คือ วิธีในการปกครองกับการแก้ปัญหาที่จะเกิดกับการปกครองนั้นๆ

ยกตัวอย่างคำว่า “ระบอบประชาธิปไตย”

วิถีปกครองของระบอบนี้กลไกหลักก็คือประชาชน ที่ต้องแบ่งบทบาทหน้าที่กันออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเรียกว่า “ปวงชน” อีกส่วนหนึ่งถูกมอบหมายให้ไปทำงานปกครองดูแลใช้อำนาจนั้นแทนปวงชน เรียกโดยรวมๆ ทั่วๆ ไปว่า “ผู้แทน” ซึ่งในโลกอารยะจะมีที่มาจากการเลือกตั้งโดยปวงชน มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้แทนเหล่านี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ หลักการสำคัญของความเป็นผู้แทนนี้ประกอบด้วย “ความมีอำนาจจำกัด การถ่วงดุล ความโปร่งใสหรือธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วม และการตรวจสอบควบคุมได้จากเจ้าของอำนาจคือประชาชน” ซึ่งจะขอขยายความเข้าใจในหลักการอันแรก คือ “ความมีอำนาจจำกัด” เพราะมันคือหัวใจของระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่มีหลักการอันนี้ หลักการอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่เกิดขึ้นได้

ประชาธิปไตยคือการจำกัดอำนาจผู้แทน

หลักการอันนี้คือหลักการที่แสดงถึงพลังอำนาจอันแท้จริงของประชาชน กลุ่มนักคิดที่เป็นที่มาของระบอบประชาธิปไตยแบบมีตัวแทน ได้แก่ จอห์น ล็อค ฌ็อง โบแด็ง ฌัง ฌาร์ค รุซโซ และมองเตสกิเออ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ระบบตัวแทนหากปราศจากซึ่งการควบคุมและการเรียกอำนาจคืนได้โดยประชาชนแล้ว ระบอบนี้ก็จะคืนไปสู่ความเป็นทรราชดังเดิม ดังนั้นเริ่มต้นเราต้องจำกัดอำนาจของผู้แทน เช่น ให้พวกหนึ่งไปออกกฎหมาย เรียกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ และให้อีกพวกหนึ่งไปบริหารประเทศ เรียกว่าฝ่ายบริหาร ต่อมาก็จำกัดด้วยระยะเวลา เช่น ให้อยู่ในอำนาจได้คราวละ 4 ปี แล้วต้องมีเลือกตั้งใหม่ และสุดท้ายจำกัดด้วยการควบคุมตรวจสอบ โดยประชาชนต้องมีอำนาจในการถอดถอนเมื่อผู้แทนเหล่านั้นทำหน้าที่บกพร่อง หรือ “ไม่ชอบธรรม”

ระบอบทั้งหลายมักจะจบลงเมื่อ “ไม่ชอบธรรม”

ความชอบธรรมที่สอนในตำรารัฐศาสตร์แบ่งเป็น ความชอบธรรมตามกฎหมาย กับความชอบธรรมตามกฎสังคม ความชอบธรรมในความหมายที่ง่ายที่สุดก็คือ “ความถูกต้อง” โดยที่ความชอบธรรมตามกฎหมายนั้นเข้าใจได้ไม่ยากเพราะมองเห็นและรับรู้ได้อย่างชัดเจน ได้แก่ อำนาจและบทบาทหน้าที่ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายในระดับต่างๆ ส่วนความชอบธรรมตามกฎสังคมจะตีความได้กว้างขวางมากเพราะสังคมมีอาณาเขตกว้างขวาง ดังนั้นจึงมี “กฎ” ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ที่เป็นความเชื่อความคิด ศีลธรรม ครรลอง บรรทัดฐาน จนกระทั่งวัฒนธรรมประเพณี ดังนั้นบางทีตัวแทนหรือผู้ปกครองอาจจะมีที่มาและใช้อำนาจตามกฎหมาย แต่ประชาชนไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย มีการต่อต้าน มีการไม่ยอมรับ กระทั่งหมดสิ้นศรัทธา

ปวงชนก็ไล่ผู้ปกครองที่น่ารังเกียจนั้นได้

ระบอบทักษิณไม่ใช่ตัวของทักษิณ แต่เป็นสิ่งที่ทักษิณสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตนเองและพรรคพวก มีลักษณะที่น่ากลัวและชั่วร้ายนานัปการ เริ่มจากการซื้อเสียงโดยตรงจากระบบหัวคะแนนและผู้มีอิทธิพล ร่วมกับการซื้อเสียงทางอ้อมด้วยการมอมเมาเชิงนโยบายเพื่อเอาชนะเลือกตั้งเข้ามาคุมรัฐสภาและจัดตั้งรัฐบาลคุมกลไกราชการของประเทศ จากนั้นก็ใช้อำนาจเหล่านี้กอบโกยโกงกินหาประโยชน์สู่ตนเองและพรรคพวก กดขี่ข่มเหงฝ่ายตรงข้ามและทำลายผู้เป็นศัตรู ที่ร้ายที่สุดคือแบ่งแยกแล้วปกครองใช้มวลชนที่ถูกมอมเมามาคุ้มครองและสนับสนุนระบอบอันเลวทรามนี้ ออกกฎหมายที่ทำลายหลักนิติธรรม ทั้งยังคิดที่จะสร้างรูปแบบการปกครองแบบใหม่ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ชัดเจนคือล้มเลิกกลไกในการตรวจสอบ และที่อำพรางไว้คือการทำลายสถาบันหลักของชาติ ด้วยความยโสโอหังและไม่จงรักภักดี

จึงจำเป็นต้องโค่นล้มระบอบทักษิณ

เพราะระบอบทักษิณเป็น “ระบอบเลวระบอบชั่ว” เลวด้วยความคิด ชั่วด้วยพฤติกรรม เลวด้วยกระบวนการ ชั่วด้วยการกระทำ เลวหมดทั้งพรรคทั้งพวก ชั่วหมดทั้งสมุนบริวาร พูดชัดๆ แรงๆ อย่างนี้ ถ้าใครยังไม่เข้าใจก็คงจะมีกะโหลกหนาเต็มทีจน หรืออาจจะไม่มีสมองที่จะรับรู้สร้างสติปัญญาใดๆ รวมถึงประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง คงจะพิกลพิการไปหมด หรือไม่ก็อยู่เป็นพวกที่ยังเอร็ดอร่อยอยู่ในอาจมของระบอบทักษิณ และพวกที่อยู่ในความประมาท ยอมให้อภัยง่ายๆ ตายใจ กระทั่งยุติที่จะไม่ไล่ล่าหรือถอนรากถอนโคนระบอบนี้

ไม่นานมันก็จะคืนชีพมาทำชั่วได้อีก

ดังนั้น การโค่นล้มระบอบทักษิณ จึงไม่ใช่แค่การให้มีการเลือกตั้งใหม่ การให้นายกฯยิ่งลักษณ์ลาออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการให้พันธะสัญญาใดๆ จากนักการเมืองชั่วๆ และรัฐบาลเลวๆ แต่จะต้องคืนอำนาจทั้งหมดนั้นมาให้ประชาชน ออกไปหรือหนีไปให้พ้นจากการทำหน้าที่ของประชาชน แล้วให้ประชาชนเขาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันปฏิรูปซ่อมแซมประเทศ

ที่ระบอบระยำอัปรีย์ได้ทำให้ล่มจมนั่นแหละ!

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก