posttoday
วิกฤตหนี้กรีซสะท้านเสถียรภาพยูโรสะเทือน

วิกฤตหนี้กรีซสะท้านเสถียรภาพยูโรสะเทือน

04 พฤษภาคม 2553

กรีซก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ เลห์แมน บราเธอร์ส ในโลกของภาครัฐ แพ็กเกจแสนล้านถือเป็นเงินก้อนใหญ่ และอาจช่วยต่อลมหายใจของกรีซไปได้สักระยะ

กรีซก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ เลห์แมน บราเธอร์ส ในโลกของภาครัฐ แพ็กเกจแสนล้านถือเป็นเงินก้อนใหญ่ และอาจช่วยต่อลมหายใจของกรีซไปได้สักระยะ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ทั้งที่กรีซสามารถบรรลุข้อตกลงเงินกู้ครั้งประวัติศาสตร์ 1.1 แสนล้านยูโร (ราว 4.72 ล้านล้านบาท) กับกลุ่มประเทศยูโรโซน และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ ทั้งที่มีแนวโน้มสูงว่าจะพ้นจากภาวะผิดชำระหนี้งวดแรก วันที่ 19 พ.ค.นี้ไปได้ และทั้งที่วิกฤตการณ์หนี้หนนี้น่าจะจบลงด้วยดีได้

ทว่าเสียงตอบรับจากตลาดทุนทั่วโลกกลับตรงกันข้ามอย่างแทบจะสิ้นเชิง

วิกฤตหนี้กรีซสะท้านเสถียรภาพยูโรสะเทือน

เงินยูโรในตลาดเอเชียเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องอยู่ที่ 1.3227 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากที่เพิ่งทุบสถิติอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 1 ปี ลงไป 1.3115 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งเป็นสัปดาห์เดียวกันกับที่บรรดาเฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนรายใหญ่พากันเก็งกำไรว่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลง 25%

เฉพาะ 4 เดือนแรกของปีนี้ เงินยูโรอ่อนค่าลงไปแล้วถึง 7.7% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

“กรีซก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ เลห์แมน บราเธอร์ส ในโลกของภาครัฐ แพ็กเกจแสนล้านถือเป็นเงินก้อนใหญ่ และอาจช่วยต่อลมหายใจของกรีซไปได้สักระยะ ทว่าในฐานะนักลงทุน ผมมองว่ายังไม่น่าวางใจเท่าไร รัฐบาลอาจสัญญาอะไรก็ได้ แต่ผมก็ยังกังขาว่ากรีซจะทำตามมาตรการลดรายจ่ายมหาศาลได้หรือ” โรบิน มาร์แชล ผู้บริหารของกองทุนการจัดการสินทรัพย์ สมิธ แอนด์ วิลเลียมสัน|ในอังกฤษ กล่าวกับบลูมเบิร์ก

ขณะที่รอยเตอร์ส รายงานอ้างบรรดาผู้จัดการของแอ็กซา อินเวสต์เมนต์ ว่า ตลาดทุนกำลังอยู่ในห้วงแห่งความตื่นตระหนก ซึ่งเห็นได้จากสภาพคล่องในตลาดที่เริ่มหดตัวลง ขณะที่นักลงทุนเริ่มพากันเทขายมากขึ้น หลังจากที่มีการลดอันดับเครดิตหนี้ของรัฐบาลในหลายประเทศ

สะท้อนมุมมองของตลาดที่ไม่ได้มั่นใจไปด้วยว่า เงินกู้ 1.1 แสนล้านยูโร จะเป็นยาวิเศษกำราบปัญหาหนี้ของกรีซได้อยู่หมัด ซึ่งปัญหาที่ทำให้นักลงทุนเริ่มหันมาตั้งข้อกังขากับ “เสถียรภาพในระยะยาวของค่าเงินยูโร” กันหนาตาขึ้น อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเด็นหลัก คือ ปัญหาหนี้สินของกรีซ และวิกฤตการณ์หนี้ยุโรปในภาพรวม

การตกลงแพ็กเกจเงินกู้ 1.1 แสนล้านยูโร เป็นระยะเวลา 3 ปีนั้น ยังเป็นเพียงแค่ข้อตกลง “เบื้องต้นปากเปล่า” การที่ประเทศในกลุ่มยูโรโซนเหล่านี้ โดยเฉพาะเยอรมนี จะให้เงินกู้กับกรีซได้อย่างเป็นทางการนั้น จำเป็นต้องได้รับการลงมติจากรัฐสภา หรือตัวแทนประชาชนในประเทศเสียก่อน ทว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครกล้ารับประกันหรือมีอะไรมารองรับได้ 100% ว่าการผ่านมติในสภาจะฉลุย

อุปสรรคใหญ่ที่สุดอยู่ที่รัฐสภาเยอรมนี เพราะจากการซาวต์เสียงด้วยโพลหรือผลสำรวจต่างๆ นั้น ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนคัดค้านการให้เงินกู้ เพราะกังวลว่ากรีซจะไม่สามารถใช้หนี้เงินกู้ได้ และเพราะไม่พอใจที่ต้องนำภาษีตัวเองไปช่วยประเทศมือเติบอย่างกรีซ ที่ไม่มีวินัยการเงินการคลังกันทั้งประชาชนและรัฐบาล

ที่สำคัญก็คือ เสียงของประชาชนชาวเยอรมันกำลังดังเป็นพิเศษ เพราะกำลังใกล้จะถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ในเยอรมนี วันที่ 8 พ.ค.นี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล และบรรดานักการเมืองเยอรมัน จะอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะไม่ช่วยกรีซก็แล้งน้ำใจและเสียเครดิตพี่ใหญ่ในอียู แต่ถ้าช่วยก็อาจเสียคะแนนเสียงในบ้าน พร้อมวี่แววว่าอาจไม่ได้เงินคืนเสียด้วย

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนดูจะกังวลต่อเสถียรภาพระยะยาวของยูโรมากกว่าก็คือ เงินกู้กว่า 4 ล้านล้านบาท ก็ยังไม่ใช่หลักประกัน 100% ว่าจะแก้ไขวิกฤตการณ์หนี้ของกรีซ ท่ามกลางแนวโน้มที่ปัญหาหนี้สาธารณะจะลุกลามไปอีกหลายประเทศในยูโรโซน
การตัดลดงบประมาณรายจ่ายครั้งมโหฬาร 3 หมื่นล้านยูโร ใน 3 ปีนั้น คือเรื่องช็อกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของชาวกรีซ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจจะเผชิญการตัดลดเงินเดือน สวัสดิการ และโบนัสครั้งใหญ่ ท่ามกลางการขึ้นภาษีเพื่อหารายได้เข้าคลัง

ขณะที่วัยเกษียณอายุก็ต้องถูกยืดออกไปอีก ซึ่งทุกฝ่ายกำลังจับตาว่าชาวกรีซจะยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ได้หรือไม่ และจะเกิดจลาจลจากแรงต้านของชาวกรีซขึ้นหรือไม่

ที่สำคัญกว่านั้น หาก Greek bailout model ประสบความสำเร็จ ก็อาจเป็นตัวอย่างนำไปสู่แผน (ต้อง) อุ้มประเทศอื่นๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่กรีซ แต่ยังลามไปถึงโปรตุเกส อิตาลี และสเปน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกใน 16 ประเทศกลุ่มยูโรโซน ที่ใช้สกุลเงินยูโรร่วมกัน โดยเฉพาะรายหลังนี้ที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่าหากต้องช่วยจริงตามอย่างกรีซ ยุโรปก็คงถึงกาลล้มละลาย

จนถึงปัจจุบัน ประเทศดังกล่าวที่ถูกอ้างถึงยังไม่มีใครที่ประกาศจะดำเนินมาตรการตัดลดรายจ่าย หรือแก้ปัญหาหนี้สาธารณะอย่างเป็นระบบครั้งใหญ่ ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าท้ายที่สุดแล้ว อาจเป็นไปได้ที่โมเดลอุ้มกรีซ จะถูกประเทศเหล่านี้หยิบยกมาเป็นตัวอย่างร้องขอความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

รอยเตอร์ส อ้างบรรดานักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายว่า มีแนวโน้มที่เงินยูโรจะอ่อนค่าต่อเนื่องลงมาอีก ด้วยปัจจัยของกรีซและความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งหลายในยุโรป ซึ่งเบื้องต้นจะส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันดิบทะยานไปเหนือระดับ 86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว ขณะที่ราคาทองคำก็ขยับไปเหนือ 1,172 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ขณะที่ผลสำรวจการจัดสรรการลงทุนในตราสารหนี้ยุโรป ในปลายเดือน เม.ย.นี้ พบว่าการถือครองตราสารหนี้ในยุโรปของนักลงทุนลดลงเหลือ 38.4% จากที่เคยอยู่สูงกว่า 42% เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

จึงไม่น่าแปลกใจที่วิกฤตการณ์ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าแค่ปัญหาหนี้สินของกรีซที่ทั่วโลกต้องจับตามอง

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว