
ดันค้าชายแดนบุรีรัมย์-เขมรเชิงพาณิชย์
บุรีรัมย์เดินหน้าผลักดันจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-เขมรค้าขายเชิงพาณิชย์หลังสถานการณ์คลี่คลาย
บุรีรัมย์เดินหน้าผลักดันจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-เขมรค้าขายเชิงพาณิชย์หลังสถานการณ์คลี่คลาย
นายเฉลิมพล พลวัน รองผวจ.บุรีรัมย์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ช่องสายตะกู ได้ออกมาระบุถึงความคืบหน้าในการผลักดันยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด ว่า หลังจากศาลโลกได้อ่านคำวินิจฉัยตัดสินคดีพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหารจ.ศรีสะเกษ โดยให้ทั้งสองประเทศบริหารจัดการและดูแลพื้นที่ปราสาทพระวิหารร่วมกัน ก็ทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความตึงเครียดคลี่คลายลงและถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทางจังหวัดจะได้เดินหน้าผลักดันจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกูดังกล่าวให้เป็นด่านการค้าชายแดนที่ถูกต้องและเปิดค้าขายสินค้าเชิงพาณิชย์ระหว่างสองประเทศได้ตลอดสัปดาห์
ทั้งสามารถค้าขายเชิงพาณิชย์ได้เหมือนกับด่านชายแดนจังหวัดอื่นๆซึ่งจะทำให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนตามแนวชายแดนมีคุณภาพชีวิตมีรายได้ที่ดีขึ้น จากการนำผลผลิตทางการเกษตรกรและสินค้าพื้นบ้านมาจำหน่าย จากเมื่อก่อนที่เคยขายเพียงในหมู่บ้านตำบลเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางคณะกรรมเปิดจุดผ่อนปรนฯก็ได้เสนอที่ประชุมให้ขยายวันเวลาเปิดจุดผ่อนปรน จากเดิมขณะนี้เปิด 2 วันคือวันเสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 14.00 น. ให้เพิ่มเป็น 3 วัน คือ วันศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น.เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนทั้งสองฝั่งสามารถนำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้มากขึ้น
นายเฉลิมพล กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าในการขออนุญาตใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยาเนื้อที่กว่า 200 ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคาร สำนักงาน ด่านศุลกากรและด่านตรวจค้นเข้าเมืองเพื่อเปิดทำการซื้อขายเชิงพาณิชย์อย่างถูกต้องนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องเสนอไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุญาตก่อนจะขอนุมัติงบมาดำเนินการก่อสร้างตามระเบียบขั้นตอนต่อไปเชื่อว่าหากสามารถเปิดทำการค้าขายตลอดสัปดาห์เหมือนจังหวัดอื่นที่ติดแนวชายแดน ก็จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนและจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันได้ในอีกทางหนึ่งด้วย







