
พท.ยกพระราชดำรัสปิดประตูผู้นำคนนอก
วันที่ 4 ธ.ค. พรรคเพื่อไทย (พท.) และกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยกพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาหักล้างข้อเสนอตั้งนายกรัฐมนตรีตามช่องทางมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญของผู้ชุมนุมและนักวิชาการของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)
วันที่ 4 ธ.ค. พรรคเพื่อไทย (พท.) และกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยกพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาหักล้างข้อเสนอตั้งนายกรัฐมนตรีตามช่องทางมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญของผู้ชุมนุมและนักวิชาการของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)
ทั้งนี้ โภคิน พลกุล และชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมกันอธิบาย โดยระบุว่าข้อเสนอของนักวิชาการที่กล่าวว่าหากเกิดสุญญากาศทางการเมืองเมื่อนายกฯ ยุบสภาและลาออกจากตำแหน่งจะเข้าเงื่อนไขที่สามารถนำรัฐธรรมนูญมาตรา 7 มาบังคับได้นั้น หากทำเช่นนั้นก็จะขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง เนื่องจากในรัฐธรรมนูญระบุให้รักษาการจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างทางการบริหาร
นอกจากนี้ ที่บอกว่าเมื่อนายกฯ ลาออกจากตำแหน่งแล้วยังต้องลาออกจากตำแหน่งรักษาการนายกฯ อีกนั้น ก็ยิ่งไม่มีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีความพยายามที่จะหาวิธีให้ได้ นายกฯ ต้องมาจาก สส. และผู้รับสนองพระบรมราชโองการต้องเป็นประธานสภา เรื่องนี้เคยมีข้อถกเถียงเมื่อปี 2549 ว่า ให้ประธานวุฒิสภารับสนองได้หรือไม่ แต่ก็เป็นที่ยุติลงด้วยพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี 2549 ส่วนการตั้งสภาประชาชนสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 64 แต่ต้องมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถ้าออกนอกกรอบก็เข้าข่ายมาตรา 68 ล้มล้างการปกครอง
ด้าน ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลพระราชทานมาตรา 7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยตรัสไว้แล้วว่าทำไม่ได้เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย และที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยเสนอไว้ ที่พูดกันว่ามาร์ค ม.7 ทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 7 ไม่สามารถอ้างได้ สิ่งที่สุเทพพูดเพราะไม่มีทางออก ไม่มีอำนาจใดที่จะฉีกรัฐธรรมนูญนี้ ประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดงไม่สามารถยอมรับได้
“รัฐบาลพระราชทาน เขาพยายามใช้โมเดล 14 ต.ค. 2516 มีสภาสนามม้า เราขอบอกว่า 14 ต.ค. มวลมหาประชาชนต่อสู้กับอำนาจเผด็จการทหาร แต่ท่านจะเอาเหตุนี้มาใช้กับรัฐบาลนี้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนร่วม 40 ล้านเสียง ท่านจะเอาอำนาจอะไรมาเลือกใหม่ โดยไม่เห็นหัวของประชาชนที่เขาเลือกผู้แทนราษฎรและรัฐบาลนี้มา” ธิดา กล่าว
ด้าน จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเสนอขอนายกฯ พระราชทานมาตรา 7 ของสุเทพนั้น คนไทยที่เป็นพสกนิกรจะต้องรู้ว่าควรไม่ควร นึกไม่ถึงว่าจากมาร์ค ม.7 ยังมีเทือก ม.7 อีก และเชื่อว่าสุเทพจะได้รับการต่อต้านอย่างมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลังจากวันที่ 5 ธ.ค. ทางกลุ่มต้องมีการคิดรูปแบบต่างๆ และจะมีความชัดเจนในรูปแบบกิจกรรมอย่างเต็มที่ ไม่มีใครยอมจำนน และไม่มีใครยอมยกบ้านเมืองให้สุเทพเด็ดขาด
ขณะที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงว่า ขณะนี้ ศอ.รส.อยู่ระหว่างการตรวจสอบรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทห้างร้านหรือกลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุนสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏ โดยผู้สนับสนุนเหล่านี้จะมีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับกบฏตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 114
สำหรับข้อมูลของบริษัท ห้างร้าน หรือกลุ่มบุคคล ที่สนับสนุนสุเทพมีใครบ้าง จำนวนเท่าใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่าใครก็ตามที่มีส่วนสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดจะต้องถูกดำเนินคดี







