
เศรษฐกิจติดกับภาวะชัตดาวน์
การชุมนุมประท้วงรัฐบาลและมีการยึดสถานที่ราชการ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
โดย...บากบั่น บุญเลิศ/เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การชุมนุมประท้วงรัฐบาลและมีการยึดสถานที่ราชการ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ทำให้ภาวะการเงินการคลังและการใช้จ่ายของประเทศตกอยู่ในภาวะเครื่องดับ
นับตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. ที่ผู้ชุมนุมเข้ายึดกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยมีกรมธนารักษ์ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ รวมอยู่ด้วย ส่งผลให้ระบบการเงินของประเทศมีปัญหาขึ้นทันที
อันดับแรก ระบบการเก็บภาษีของ 3 กรมจัดเก็บภาษี คือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ที่มีการผูกติดระบบไอทีไว้กับกระทรวงการคลังล่มลงทันที การประมวลผลการจัดเก็บภาษีของทั้ง 3 กรมภาษีกลับทำไม่ได้
ในส่วนของกรมศุลกากรเห็นชัดที่สุด เพราะผู้ประกอบการส่งออกนำเข้าไม่สามารถทำธุรกรรมส่งออกและนำเข้าสินค้ากับกรมศุลกากรผ่านระบบออนไลน์ได้เลย ทำให้การส่งออกและนำเข้าในช่วงวันดังกล่าวเป็นอัมพาตไปทันที
ขณะที่การเก็บภาษีที่ต้องมีการนำส่งเงินเข้าคลังผ่านระบบ GFMIS ของกรมบัญชีกลาง ก็ล่มลงทันทีเช่นกัน
เงินภาษีไม่สามารถส่งเข้าคลังผ่านระบบ GFMIS ได้ ต้องมีการแก้ไขเฉพาะหน้า โดยให้กรมจัดเก็บภาษีต่างๆ ต้องนำเงินภาษีไปฝากไว้ที่ธนาคารไว้ก่อน และนำส่งคลังในภายหลัง
แม้ว่ากระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางจะดึงระบบกลับมาได้เหมือนเดิม แต่ก็ยังมีปัญหาติดๆ ขัดๆ เพราะการแก้ไขระบบนอกกระทรวงไม่เหมือนการเข้าไปแก้ต้นเหตุของระบบหลักที่อยู่ในกระทรวงหรือกรมบัญชีกลางได้ เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานได้
นอกจากนี้ ปัญหาของการเบิกจ่ายงบประมาณที่หนักที่สุด น่าจะอยู่ที่ระบบ GFMIS ของกรมบัญชีกลางที่เป็นระบบใหญ่ คุมการเบิกจ่ายทั้งหมดของประเทศ ทั้งงบประจำและงบลงทุนในโครงการต่างๆ
แม้ว่าในช่วงที่ถูกปิดกระทรวงการคลังที่ผ่านมา จะสามารถจ่ายเงินเดือนข้าราชการในบัญชี 1 ได้ ทำให้การจ่ายเงินเดือนในเดือน พ.ย.ไม่มีปัญหา เพราะการทำเสร็จไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะถูกยึดกระทรวงไปแล้ว
แต่การเบิกจ่ายเงินเดือน ค่าโอที ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง และเงินตกเบิกกลับมีปัญหาหนัก
ที่เห็นได้ชัด คือ การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลที่ไม่สามารถทำได้ ลำพังที่ผ่านมางบลงทุนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 ที่เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีเป้าต้องเบิกจ่ายให้ได้กว่า 1 แสนล้านบาท มาถึงตอนนี้ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายเงินได้จริงแค่หลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น
ขณะนี้การยึดกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ ทำให้การเบิกจ่ายเงินประเทศอยู่ในภาวะหยุดชะงัก โดยเฉพาะงบลงทุน
สาเหตุเพราะหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถตั้งเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณ งบผูกพัน และค่างวดรับเหมาได้
ฝ่ายบริหารของหน่วยงานหลักได้กำชับให้หัวหน้าหน่วยไปทำความตกลงกับผู้รับเหมาเอกชนที่เป็นคู่ค้าของรัฐให้ลงบัญชีไว้ก่อน เหมือนเงินตกเบิกข้าราชการ
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ผู้ชุมนุมยังปิดหน่วยงานราชการอื่นๆ นอกเหนือกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะการยึดศูนย์ราชการฯ ที่มีหน่วยราชการ 2030 หน่วยงาน ทำงานอยู่ในนั้น ไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป
สิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนของประเทศมากขึ้น
ภาวะดังกล่าวเท่ากับว่า ต้นทางที่ต้องทำเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณก็ทำงานไม่ได้ ขณะที่กลางทางสำนักงบประมาณที่เป็นคนอนุมัติเงินงบประมาณและปลายทางคือกรมบัญชีกลางที่เป็นผู้ปลดปล่อยเงินงบประมาณออกไปในระบบเศรษฐกิจก็อยู่ในสภาพทำงานไม่ได้เช่นกัน
ภาวะเช่นนี้เป็นปรากฏการณ์ชัตดาวน์ของภาครัฐบาลชัดๆ
แม้ว่าหน่วยงานต่างๆ จะออกมายืนยันว่าได้จัดเตรียมที่ทำงานสำรองไว้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่าที่ทำงานสำรองก็ไม่สามารถรองรับการทำงานได้ในระบบอย่างเต็มที่
หากพิจารณาจากการย้ายที่ทำงานของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง ที่ได้มีการกระจายการทำงานกันไม่เป็นที่เป็นทาง ทำให้การประสานงานภาครัฐติดขัดไปหมด
กรมบัญชีกลางนั้น อธิบดีและผู้บริหารระดับสูงจำนวนหนึ่งต้องไปใช้ที่ทำงานของ ก.พ. ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกจำนวนไปทำงานตามคลังจังหวัดต่างๆ และเจ้าหน้าที่อีกจำนวนมากต้องนอนทำงานอยู่บ้าน เพราะที่ทำงานสำรองไม่สามารถรองรับได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานของกรมเบิกจ่ายงบประมาณไม่เต็มร้อยอย่างผู้บริหารรัฐออกมายืนยันแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องของระบบ GFMIS ที่มีระบบใหญ่อยู่ที่กระทรวงการคลังและที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทั้งสองแห่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้แม้แต่คนเดียว
ผลที่ตามมาทำให้ระบบล่มไปโดยปริยาย แม้ว่าเจ้าหน้าที่และผู้บริหารจะบอกว่ามีการสำรองระบบออกมาจากทั้งสองแห่งแล้ว แต่หน่วยงานต่างๆ ก็ยังมีอุปสรรคเข้าไปใช้ระบบ GFMIS ในการทำเบิกจ่ายเงินงบประมาณอยู่ดี
ที่สำคัญ รัฐบาลประเมินว่าการยึดกระทรวงน่าจะใช้เวลาไม่นานก็จะสามารถเข้าไปทำงานได้ตามปกติ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบการเบิกจ่ายการเงินของประเทศในระยะสั้นเท่านั้น
แต่ทว่า การยึดหน่วยงานต่างๆ เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว และยังมีแนวโน้มที่ต้องถูกยึดไปอีกนาน เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถตกลงกับม็อบได้ โดยเฉพาะในเรื่องการตั้งสภาประชาชน ซึ่งในส่วนของรัฐบาลก็มีท่าทีที่จะยื้อการต่อรองไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ การเงินการคลังของประเทศจึงอยู่ในภาวะชัตดาวน์ ถูกปิดตายมากขึ้นเรื่อย
แม้แต่ รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ก็ยอมรับว่า หากไม่สามารถเข้าทำงานในกระทรวงการคลังเป็นเวลานาน การเบิกจ่ายเงินของประเทศบางส่วนจะเริ่มมีปัญหามาก
ปัญหาแรก คือ การเบิกจ่ายเงินเดือนของข้าราชการในเดือนต่อๆ ไปจะเริ่มมีปัญหา
นอกจากเงินเดือนแล้วยังมีเงินตกเบิกของข้าราชการอีกจำนวนมากที่เบิกไม่ได้ เพราะระบบการเบิกและกระบวนการทำงานมีปัญหา ทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลกระทบการใช้จ่ายของข้าราชการกว่าล้านคนแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาวะชัตดาวน์การเงินของประเทศ ไม่ได้ส่งผลกระทบกับหน่วยงานกรมกองต่างเดินหน้าโครงการลงทุนพัฒนาประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆ สะเทือนไปด้วย ผู้รับเหมาจำนวนมากที่เริ่มโครงการแล้วเบิกจ่ายเงินไม่ได้ สะเทือนถึงสภาพคล่องของบริษัทให้มีปัญหาได้
หากเป็นระยะสั้นๆ ออกจะพอหมุนได้ แต่หากกินเวลานานเป็นหลายสัปดาห์เป็นเดือนที่เบิกจ่ายไม่ได้ ย่อมทำให้ผู้ประกอบการตกอยู่ภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง
ปัญหาของผู้รับเหมาย่อมสะเทือนถึงการลงทุนของประเทศไม่ขยับ เศรษฐกิจไม่กระเตื้อง ทำให้เศรษฐกิจปีนี้และปีหน้าขยายตัวได้ต่ำกว่าประมาณการจำนวนมาก เพราะระบบใส่เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ทำงาน
ตัวอย่างในการชัตดาวน์ในสหรัฐอเมริกาที่มีปัญหาเพดานการก่อหนี้จนต้องชัตดาวน์หยุดจ่ายเงินข้าราชการ ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของโลก
แต่การชัตดาวน์ของรัฐบาลไทย แม้ว่าจะไม่รุนแรงเหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐ เพราะเศรษฐกิจของไทยมีขนาดเล็ก แต่ปัญหาชัตดาวน์ที่เกิดขึ้นในไทยสะเทือนเศรษฐกิจในภาพรวมไม่น้อย เพราะทันทีที่เกิดปัญหา ทั้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง รวมถึง ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมายอมรับทันทีว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะโตไม่ถึง 3%
แต่ปัญหาสำคัญกว่านั้นคือ ในภาวะที่รัฐบาลไร้เสถียรภาพ รักษาอำนาจไว้ได้ แต่ไม่สามารถทำงานหรือสั่งการใครได้นั้น จะปลดล็อกภาวะชัตดาวน์ของประเทศได้อย่างไร
การที่รัฐบาลปล่อยให้ประเทศอยู่ในภาวะชัตดาวน์แบบไม่รู้อนาคตอย่างนี้ต่อไป ก็เป็นการทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่วิกฤตและหายนะทั้งประเทศ







