posttoday
ทีดีอาร์ไอเสนอตกลงกติกาก่อนยุบสภา

ทีดีอาร์ไอเสนอตกลงกติกาก่อนยุบสภา

04 ธันวาคม 2556

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเสนอความเห็นไว้ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. 2556 ไม่นานหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งมีผลในการล้มล้างความผิดต่างๆ รวมทั้งการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนและการคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะประเด็นหลังที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาในวงกว้างจากผู้ที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเสนอความเห็นไว้ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. 2556 ไม่นานหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งมีผลในการล้มล้างความผิดต่างๆ รวมทั้งการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนและการคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะประเด็นหลังที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาในวงกว้างจากผู้ที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว

สมเกียรติ เสนอว่า ขอให้รัฐบาลรีบเรียกศรัทธากลับคืนมา โดยกำหนดมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม และเตือนว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอะไร ปล่อยให้ความขัดแย้งขยายต่อไปก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และยังเสนอต่อไปว่า หากสถานการณ์ลุกลาม อยากให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา ซึ่งเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งตามกระบวนการประชาธิปไตย

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงจนเริ่มมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนท่าทีของแกนนำผู้ชุมนุม ซึ่งต้องการยกระดับการเคลื่อนไหวให้สูงขึ้นจนสุ่มเสี่ยงที่จะออกนอกหลักการประชาธิปไตยมากขึ้นทุกที ยิ่งเห็นว่าการยุบสภาเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้

จริงอยู่การยุบสภาจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่มากว่า 10 ปีได้ แต่การยุบสภาก็จะทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ต้องกลับไปหาเสียงกับประชาชนอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยยุติหรืออย่างน้อยลดความขัดแย้งบนท้องถนนไว้ชั่วคราว นอกจากนี้การยุบสภาน่าจะช่วยปรับอารมณ์ของประชาชนให้กลับสู่ปกติมากขึ้น แทนที่จะเผชิญหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตายว่าจะต้องแพ้ชนะกันในไม่กี่วัน

“ที่สำคัญผมเชื่อว่าการยุบสภาจะช่วยให้เราสามารถรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ได้โดยหลีกเลี่ยงการรัฐประหาร หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยอาศัยอำนาจนอกระบบอื่นๆ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการนองเลือด ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่สงครามกลางเมือง” สมเกียรติ กล่าว

สมเกียรติ เสนอว่า ก่อนยุบสภาฝ่ายต่างๆ ควรตกลงกันเพื่อให้มีกติกาในการแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ซึ่งจะไม่ทำลายระบบการเมืองและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว แต่พอมาถึงจุดนี้ สนับสนุนข้อเสนอของอาจารย์อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ที่อยากให้มีการยุบสภาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพราะเห็นว่าสถานการณ์ได้ล่วงเลยเกินกว่าที่เราจะมีเวลามาตกลงในเรื่องใหญ่ๆ กันแล้ว

การยุบสภาเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งไม่มีในระบอบประธานาธิบดี เคยศึกษาพบว่ามีการวิจัยทางรัฐศาสตร์ที่ชี้ว่า ในบรรดาประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่ ประเทศในระบอบรัฐสภามีโอกาสอยู่รอดเป็นประชาธิปไตยต่อไปมากกว่าประเทศในระบอบประธานาธิบดี แต่นักรัฐศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปเหตุผลที่แน่ชัดของปรากฏการณ์ดังกล่าว

“ผมสันนิษฐานว่า ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากกลไกต่างๆ ในการลดความขัดแย้ง รวมทั้งการยุบสภา น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศในระบอบรัฐสภาสามารถรักษาความเป็นประชาธิปไตยต่อไปไว้ได้” สมเกียรติ กล่าว

ที่ผ่านมา คนไทยขัดแย้งกันมามาก เพราะความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการให้ความสำคัญต่อประชาธิปไตย ซึ่งเน้นการปกครองด้วยเสียงข้างมากผ่านการเลือกตั้งและนิติรัฐ ซึ่งเน้นการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อันที่จริง เราไม่น่าจะต้องถูกบังคับให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างประชาธิปไตยและนิติรัฐ เพราะทั้งสองอย่างต่างสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่เชื่อว่าเราจะสามารถสร้างประชาธิปไตยได้โดยไม่มีนิติรัฐ เช่นเดียวกับที่เราจะไม่สามารถสร้างนิติรัฐโดยไม่มีประชาธิปไตย แต่การจะตกลงกันในรูปธรรมว่าควรมีกลไกในระบอบประชาธิปไตยอย่างไร ที่สามารถสร้างการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในบริบทของประเทศไทย น่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เราจะสามารถหาคำตอบได้ในไม่กี่วัน แต่ต้องอาศัยการเรียนรู้ของทุกฝ่ายในสังคมอีกพอสมควร การกำหนดเป้าหมายว่าจะต้องแพ้ชนะกันในไม่กี่วัน จึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นอันตรายมาก

“สังคมไทยควรช่วยกันป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางการเมืองพัฒนาไปสู่การนองเลือดหรือสงครามกลางเมือง ซึ่งจะสร้างบาดแผลให้ประเทศไทยมากกว่า และฟื้นฟูประเทศกลับมาได้ยากกว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้น ผมเชื่อว่าการยุบสภาเป็นทางออกที่ตรงไปตรงมาที่สุดในเวลานี้ ในการรักษาระบอบประชาธิปไตยและป้องกันการสูญเสียที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างคนไทยไปอีกนาน” สมเกียรติ ย้ำ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน