
ครม.ซื้อขบวนรถแอร์พอร์ตลิงค์5พันล.
ครม.อนุมัติจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้า 7 ขบวน เฉียด 5,000 ล้านบาท
ครม.อนุมัติจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้า 7 ขบวน เฉียด 5,000 ล้านบาท
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 ธ.ค. มีมติอนุมัติให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ดำเนินโครงการจัดหารถไฟฟ้าธรรมดา (City Line Airport Rail Link) 7 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ วงเงินรวม 4,854 ล้านบาท โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินในประเทศ และให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า การจัดหารถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าธรรมดาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน และการจัดหารถไฟฟ้าดังกล่าวจะรองรับผู้โดยสารได้ถึงปี 2563 และกระทรวงคมนาคมประเมินว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเพิ่มเป็น 1.58 แสนคนต่อวัน จาก 4 หมื่นคนต่อวัน
แหล่งข่าวระบุว่า คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) ได้พิจารณาข้อเสนอการจัดหารถไฟฟ้าเพิ่มเติมวันที่ 4 ก.พ. 2556 และมีมติว่า การที่กระทรวงคมนาคมเสนอแก้ปัญหาผู้โดยสารตกค้างตามสถานีในช่วงเวลาเร่งด่วนโดยเฉพาะช่วงเช้า เนื่องจากรถโดยสารมีไม่เพียงพอ ด้วยการจัดหารถไฟฟ้าเพิ่มนั้นต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากการจัดหารถไฟฟ้าดังกล่าวอาจทำให้มีรถโดยสารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาเร่งด่วนสูงเกินความจำเป็น บริษัทควรพิจารณาขนาดการลงทุนให้เหมาะสม เพราะจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อผลตอบแทนในโครงการ และทำให้รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้กรุงเทพฯลดหย่อนค่ารายปีให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลงกึ่งหนึ่งจากค่ารายปีที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยประเมินไว้ จาก 136 ล้านบาทเหลือ 68 ล้านบาท
สำหรับเหตุผลที่ครม.ลดหย่อนค่ารายปีให้รฟม. เนื่องตากในปัจจุบัน รฟม.ให้บริการประชาชนในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นการเฉพาะ โดยคิดค่าบริการต่ำกว่าต้นทุน ส่งผลให้ผลประกอบการของรฟม.ประสบปัญหาทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ..... เพื่อปรับปรุงอัตราค่ารักษาพยาบาลให้มีความเหมาะสม เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน
ทั้งนี้ กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. 2551 ไม่เหมาะสมกับภาวะปัจจุบันที่อัตราค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงแรงงานจึงเสนอให้ปรับปรุงอัตราค่ารักษาพยาบาลให้มีความเหมาะสม ซึ่งครอบคลุมแรงงานกว่า 8 ล้านคน
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 5 หมื่นบาท จากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 4.5 หมื่นบาท ในกรณีค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามข้อ 2 ไม่เพียงพอ ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นเพิ่มอีกไม่เกิน 1 แสนบาท เป็นต้นสำหรับการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยของลูกจ้างในลักษณะ 7 กรณี เช่น บาดเจ็บรุนแรงของอวัยวะภายใน กระดูก ศีรษะ กระดูกสันหลังและไขสันหลัง และต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข เป็นต้น
ส่วนการประสบอันตรายจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ความร้อน ความเย็น สารเคมี รังสี ไฟฟ้าหรือระเบิด จนทำให้สูญเสียผิวหนังลึกถึงหนังแท้ตั้งแต่ 25% ของพื้นที่ผิวของร่างกาย ให้นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทเช่นกัน
นายภักดีหาญส์ ระบุว่า กรณีลูกจ้างประสบอันตรายหรือบาดเจ็บ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นซึ่งรุนแรงหรือเรื้อรัง เป็นผลให้อวัยวะสำคัญล้มเหลว และกรณีอื่นๆตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์นายจ้างต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท
นอกจากนี้ ร่างข้อ 5 และร่างข้อที่ 6 กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 5 แสนบาท และไม่เกิน 1 ล้านบาท หากคณะกรรมการการแพทย์มีความเห็นให้นายจ้างต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม และรับผิดชอบค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาล และค่าบริการทั่วไป เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อวัน







