
สารพัดอุปกรณ์สู้ตำรวจ
ตลอดทั้งวัน ฝ่ายผู้ชุมนุมได้ปรับกลยุทธ์สู้กับ “มวลมหาแก๊สน้ำตา” จากฝั่งตำรวจที่ยิงสกัดมาต่อเนื่องฟุ้งตลบอบอวลไปทั่ว นอกจากเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตาง่ายๆ ไม่ว่าแว่นตากันน้ำ หมวกพลาสติก ผ้าขนหนู น้ำเกลือ ยังปรากฏนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสู้กับแก๊สน้ำตา และทำลายแนวบังเกอร์ที่แน่นหนาของเจ้าหน้าที่ ทั้งที่แนวสะพานชมัยมรุเชฐที่คอยป้องกันทำเนียบรัฐบาล และแยก พล.1 กั้นไม่ให้เข้าไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
ตลอดทั้งวัน ฝ่ายผู้ชุมนุมได้ปรับกลยุทธ์สู้กับ “มวลมหาแก๊สน้ำตา” จากฝั่งตำรวจที่ยิงสกัดมาต่อเนื่องฟุ้งตลบอบอวลไปทั่ว นอกจากเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตาง่ายๆ ไม่ว่าแว่นตากันน้ำ หมวกพลาสติก ผ้าขนหนู น้ำเกลือ ยังปรากฏนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสู้กับแก๊สน้ำตา และทำลายแนวบังเกอร์ที่แน่นหนาของเจ้าหน้าที่ ทั้งที่แนวสะพานชมัยมรุเชฐที่คอยป้องกันทำเนียบรัฐบาล และแยก พล.1 กั้นไม่ให้เข้าไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
ไล่เรียงเช่น รถแทรกเตอร์ ใช้รื้อแท่งบังเกอร์ที่แข็งแกร่งสูงท่วมหัว โดย จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี แกนนำม็อบนำขบวนไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ต่อมาในช่วงบ่ายมีการระดมรถแทรกเตอร์เพิ่มรวมอีก 2 คัน จนสามารถพังแท่นปูนในแนวป้องกันแนวสุดท้ายก่อนถึง บช.น.ได้
นอกจากนี้ยังมี รถไฟส่องสว่าง สู้กับความมืด รถดับเพลิง คอยฉีดน้ำตอบโต้ ลดการกระจายแก๊สน้ำตา รวมถึงการใช้หัวดับเพลิงตามถนนมาช่วยพ่นน้ำ ยังมี แผ่นอะครีลิกใส ขนาดใหญ่ไม่ต่างจากโล่ของตำรวจเพื่อกันแก๊สน้ำตา หมวกผ้าใบกันแก๊สพิษ ที่ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งผู้ชุมนุมด่านหน้านำมาใช้ด้วย
รวมถึงกระสอบทรายชุดใหญ่ไว้ชุบน้ำใช้คลุมกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ถูกยิงตกลงมา พร้อมทั้งได้นำ พัดลมขนาดใหญ่ มาตั้งใกล้แนวปะทะเพื่อเป่าไล่ควันแก๊สน้ำตาพัดกลับไปยังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ได้ผลหลายครั้ง ทำให้ตำรวจบางส่วนต้องวิ่งหลบเข้าไปยังอาคาร บช.น.
ขณะเดียวกัน ผู้ชุมนุมได้นำ ตาข่ายสแลน ความสูง 3 เมตร มาใช้กั้นแก๊สน้ำตา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขว้างไปถึงแนวผู้ชุมนุมได้
อีกนวัตกรรม คือ การใช้ลูกโป่งจำนวนมากมาปล่อยขึ้นอากาศเพื่อรบกวนเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่
ขณะที่ฝั่งตำรวจใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก นอกจากน้ำฉีดแล้ว ยังมีน้ำสีม่วง แก๊สน้ำตา มี 3 ชนิด คือ แบบขว้างคล้ายกระป๋องทำให้เกิดควันฟุ้งกระจาย แบบแป้งฝุ่น และแบบสารเคมีใส่สีผสมน้ำฉีดใส่ผู้ชุมนุม โดยใช้รถดับเพลิงขนาดใหญ่ หรือรถจีโน่ ซึ่งสามารถปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงให้ปวดหู รวมถึงกระสุนยางที่ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมถูกยิงไปหลายคน







