posttoday
‘คลัง’เงินล้นตุ่มรับ4.9หมื่นล้าน ริบทรัพย์ทักษิณ

‘คลัง’เงินล้นตุ่มรับ4.9หมื่นล้าน ริบทรัพย์ทักษิณ

04 พฤษภาคม 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — กรมบัญชีกลางรับเงินโอนยึดทรัพย์ทักษิณจากธนาคารพาณิชย์6 แห่ง ร่วม 4.9 หมื่นล้านบาท ดันเงินคงคลังเพิ่มกว่า 2 แสนล้าน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 6 แห่ง ได้โอนเงินฝากธนาคารตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมือง ที่ให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว รวมเป็นเงิน 4.9 หมื่นล้านบาท ให้กรมบัญชีกลางแล้ว โดยแบ่งเป็นเงินต้น 4.62 หมื่นล้านบาท และดอกเบี้ย 2,805 ล้านบาทซึ่งมาจากบัญชีเงินฝาก 32 บัญชี และหน่วยลงทุน 3 รายการได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 3.98 หมื่นล้านบาท , ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 8,586 ล้านบาท , ธนาคารยูโอบี จำนวน 508.9 ล้านบาท , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 21 ล้านบาท , ธนาคารทหารไทย 10.4 ล้านบาท และธนาคารนครหลวงไทย1.06 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เงินต้นยังไม่ครบตามคำพิพากษา ซึ่งยังขาดอีกกว่า 163 ล้านบาท ที่ยังกระจายอยู่ในหน่วยลงทุน 3 รายการ ได้แก่ หน่วยลงทุนในกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ ซึ่งอยู่ในบัญชีของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายกรัฐมนตรี 1,000 ล้านบาท น.ส.พินทองทา 218 ล้านบาท และนายพานทองแท้ 1,218 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องบังคับคดีเพิ่มเติม โดยคาดว่าในวันที่ 7 พ.ค. กรมบัญชีกลางจะเชิญกรมบังคับคดี อัยการ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประชุมเพื่อหารือเรื่องการตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อหารือถึงแนวทางขายหลักทรัพย์บางส่วนนำเงินต้นมาใช้คืนคลัง ซึ่งคาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ถึงจะสามารถนำเงินส่งเข้ากระทรวงการคลังได้

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า เงินที่ยึดทรัพย์ได้ทำให้การจัดเก็บรายได้ในปีนี้เกินเป้ากว่า 2 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าผลจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวจะทำให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีต่อการดำเนินนโยบายการคลัง ทำให้ชำระหนี้คืนก่อนกำหนด และยกเลิก พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้ โดยที่สามารถนำโครงการไทยเข้มแข็งเข้ามาสู่งบประมาณแผ่นดินทั้งหมดได้

" สามารถไถ่ถอนตราสารหนี้ก่อนครบกำหนด 4.2 หมื่นล้านบาท เปิดช่องให้เพิ่มงบลงทุนปี 54 สูงเป็นประวัติการณ์ และนำโครงการไทยเข้มแข็งมาใช้ในเงินในงบประมาณได้หมด โดยไม่จำเป็นต้องออกพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านอีก ” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ผลจากการยึดทรัพย์ดังกล่าวได้ส่งผลให้เงินคงคลังเดือน เม.ย.นี้ มีจำนวน 1.59 แสนล้านบาท ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากปกติเงินคงคลังในช่วงเดือน เม.ย.จะไม่ถึงหลักแสนล้านบาท เพราะเป็นช่วงรอยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในเดือน พ.ค. จึงถือว่าฐานะการคลังขณะนี้แข็งแกร่งพร้อมกันนี้ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เงินที่ยึดได้เมื่อนำเข้าสู่เงินคงคลังแล้ว จะต้องถูกใช้ไปตามที่กฎหมายกำหนด แต่มีข้อนกเว้น กรณีที่รัฐมนตรีคลัง มีอำนาจใช้ได้ใน 45 กรณี เช่น ไถ่ถอนตราสารหนี้ครบก่อนกำหนด หรือชำระหนี้พันธบัตร ซึ่งเรื่องนี้ ทางรมว.คลัง ก็มีนโยบายแล้วว่าต้องการชำระหนี้ก่อนกำหนด เพื่อให้งบปี 54 มีช่องทางนำไปลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ