
สิงสาราสัตว์
ผมเพิ่งกลับจากการไปปีนเทือกเขาหิมาลัยที่มรดกโลก Annapurna ประเทศเนปาล
ผมเพิ่งกลับจากการไปปีนเทือกเขาหิมาลัยที่มรดกโลก Annapurna ประเทศเนปาล อันเตรียมการล่วงหน้าไว้นานเป็นปีเลยทีเดียว
โหวตให้เป็นสุดยอดทริปเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของผม เท่าที่เคยมีมา!
ความมันหลายยกกำลังที่เนปาลมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าการได้ปีนป่ายเขาสูงชันแบบนักเดินป่าไต่เขา ถึงขั้นต้องใช้บริการไม้เท้าไต่เขา หรือ Trekking Pole เป็นเครื่องทุ่นแรง (ทุกเวลาที่สองมือกำด้าม Trekking Pole มันรู้สึกดีอย่างประหลาดอ่ะ แหะๆ)
ไหนจะได้สัมผัสวิวภูเขาน้ำแข็งตลอดเวลาบนนั้น ท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำตลอดวัน อาจหนาวไปนิดในตอนกลางคืน ก็สนุกดี
อนึ่ง ภาพประกอบนี้ ก็คือ Base Camp ที่พักของผม ซึ่งผมฝ่าความหนาวเยือกออกไปถ่ายรูปตอน 4 ทุ่มกว่า ภายในเต็นท์ที่เรียงรายเหล่านั้น ฝรั่งนักผจญภัยหลับใหลกันไปหมดแล้ว
ไหนจะอาหารเนปาลที่ส่วนใหญ่อร่อยถูกปาก รวมถึงผู้คนที่ผมขอสรุปตามข้อมูลที่เห็นว่า “จิตใจดีกว่าคนไทย”
แต่ตัวการบันดาลความมันถึงขีดสุดจริงๆ ก็คือนก ทริปนี้ของผมคือ two in one ปีนเขาขึ้นมาถ่ายรูปนก แถมไม่ใช่นกธรรมดา หากแต่เป็นบรรดาอีแร้งและนกอินทรีที่ชุมนุมกันอยู่หลายชนิด ล้วนแต่เป็นนกหายากรากเลือดในบ้านเรา หลายชนิดก็สิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากเมืองไทยอย่างไม่มีวันกลับ
ผู้ชักชวนและจัดการให้ผมดั้นด้นไปถึงที่นั่นได้ เป็น “ฝรั่งหัวใจไทย” นาม ดร.โรเบิร์ต ดีแคนดีโด นักวิจัยนกล่าเหยื่อชาวอเมริกัน ที่เพียรมาทำวิจัยเหยี่ยวอพยพที่ จ.ชุมพร ต่อเนื่องทุกปี จนเกือบจะครบ 10 ปีแล้วมั้ง
จบการนับเหยี่ยวอพยพในไทยช่วงเดือน ส.ค.ต.ค. ดร.โรเบิร์ต ก็จะบินต่อไปยัง Annapurna ในเดือน พ.ย. ที่นี่เป็นจุดอพยพผ่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนกอินทรีทุ่งหญ้าสเตปป์ (Steppe Eagle) มาทีหลายพันตัวในแต่ละฤดูกาล
ความเด็ดขาดไม่ใช่แค่จำนวนคนนับล้าน เอ๊ย นกที่ชุกชุม แต่เป็นความเชื่องและกล้าบินเข้าใกล้คนมากๆ ไม่ว่าจะนกอินทรีหรืออีแร้ง
แบบว่าวันแรกที่ผมเจอพวกมัน ต้องถือเป็นวันของการปรับจูนหัวใจไม่ให้เต้นโครมคราม 555







