posttoday
นายกฯ ต้องรับผิดชอบก่อนกุญแจสู่ทางเลือก

นายกฯ ต้องรับผิดชอบก่อนกุญแจสู่ทางเลือก

01 ธันวาคม 2556

เข้าสู่โค้งอันตรายอีกครั้งสำหรับการเมืองไทย ที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายเหตุการณ์จะจบลงตรงจุดใด

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เข้าสู่โค้งอันตรายอีกครั้งสำหรับการเมืองไทย ที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายเหตุการณ์จะจบลงตรงจุดใด เมื่อมวลมหาประชาชนประกาศตัวออกมาถามหาความรับผิดชอบจากผู้บริหารประเทศ โดยใช้ “อารยะขัดขืน” เป็นธงนำในการเคลื่อนไหว ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังคง “ยื้อ” ยืนในจุดยืน ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ต่อทิศทางสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ภายหลังจากเปิดหน้าประกาศตัวร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ เดินหน้าสู่การ “ปฏิวัติประชาชน” แม้รายละเอียดทิศทางการเคลื่อนไหวอาจจะไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับมวลมหาประชาชนเสียทีเดียว แต่ก็มีจุดร่วมเป้าหมายเดียวกัน

“สิ่งที่เราพยายามทำขณะนี้คือ รวมทุกกลุ่มที่ต่อต้านความไม่ถูกต้องในรูปแบบต่างๆ ให้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นทุกคนที่รับไม่ได้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น รับไม่ได้กับการมีอำนาจ แล้วคิดจะล้างความผิดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น รับไม่ได้กับการไม่รับอำนาจศาล โดยคนที่มีอำนาจก็ต้องแสดงออก ในกลุ่มมวลมหาประชาชนก็ย่อมมีความหลากหลายทางความคิดว่า นอกจากการต้องการเห็นความถูกต้องดีงาม อยากเห็นสังคมเป็นอย่างไร ก็อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ยิ่งถ้ามานั่งถามกันว่าจะเดินไปสู่จุดนั้นอย่างไร ก็มีหลากหลายความเห็น แต่ละคนก็จะมีบทบาทที่ต่างกัน

ภาคธุรกิจก็มีบทบาทที่มาช่วยเรื่องนี้ได้ เขาก็มีข้อจำกัดของเขา ภาควิชาการก็มีบทบาทเรื่องนี้ได้ เขาก็มีข้อจำกัดของเขา ผมเป็นภาคพรรคการเมือง ยังเป็น สส. ผมก็มีบทบาทช่วยตรงนี้ได้ แต่ผมก็มีขอบเขตที่จำกัดเช่นเดียวกัน ยืนยันว่าพรรคเห็นว่าขณะนี้รัฐบาลหมดความชอบธรรม นายกฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่งอย่างใด แต่พรรคเป็นพรรคการเมือง ยังต้องดำเนินการสู้อยู่ในระบบ”

ส่วนคำถามว่าเหตุการณ์จะจบลงอย่างไรนั้น “อภิสิทธิ์” อธิบายว่า ก่อนจะถามว่าจบยังไง ต้องเข้าใจก่อนว่า รัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ พลพรรคระบอบทักษิณ คิดอย่างเดียวที่จะรักษาอำนาจผลประโยชน์อย่างไร โดยยุทธศาสตร์ “ไทยเฉย” หวังว่าคนที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ต้องหมดแรง หรือไม่หมดแรงก็เกิดความกดดันตึงเครียด จนนำไปสู่การลดความชอบธรรมของตัวเอง จึงจะเป็นการต่อสู้ระหว่างยุทธศาสตร์ไทยเฉยของรัฐบาล กับสำนึกของสังคมที่ถูกปลุกขึ้นมาว่าจะเปลี่ยนตรงนี้ได้หรือไม่

“ถ้าถามว่าจะจบเมื่อไหร่ อย่างไร แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน แต่ผมมองไม่เห็นว่ารัฐบาลที่หมดความชอบธรรมจะพยายามดำรงสถานะนี้อยู่ได้อย่างไร และเพื่ออะไร การบริหารงานจากนี้ก็ไม่มีทางราบรื่น จนกว่าจะมีการแสดงความรับผิดชอบ ต่อให้ยุทธศาสตร์ไทยเฉยประสบความสำเร็จ คนเริ่มหายไปจากท้องถนน แต่ในจิตใจเขาก็ไม่หาย เพราะฉะนั้นคุณคือตัวกีดขวางคำตอบ ไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นคำตอบใด เราจะอยู่อย่างนี้ต่อไป จุดสำคัญวันนี้คือคุณต้องเปิดทางตรงนี้เสียก่อน”

มองทางออกล่าสุดเวลานี้ กับการยื่นข้อเสนอเปิดทางเจรจาของนายกฯ ยิ่งลักษณ์นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มองว่า นายกฯ ไม่มีความชอบธรรมที่จะมาบอกให้พี่น้องกลับบ้านแล้วมาพูดคุยกับตัวเอง ทุกอย่างที่วุ่นวายทั้งหมด เพราะคุณผลักดันกฎหมายนิรโทษ คุณประกาศไม่รับอำนาจศาล และวันนี้คุณยังเฉย โดยไม่ได้ยินสักคำจากนายกฯ ว่าไม่ควรทำ บอกแต่ว่าถูกบิดเบือนคนคัดค้านก็เลยขอถอยก่อน

“ผมถึงเรียกร้องว่าไม่ควรมีใครไปคุย ต้องบอกกับคุณยิ่งลักษณ์ว่าเวทีการพูดคุยจะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณแสดงความรับผิดชอบ ถ้าใครไปคุยคนนั้นก็เหมือนถูกไปอ้างว่าเป็นความชอบธรรม จำสภาปฏิรูปได้ไหม ยังไม่จบเลย ยังค้างอยู่ วันนั้นผมเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ บอกเพียงแค่คุณหยุดกฎหมายนิรโทษกรรม ผมจะเข้าไป นายกฯ บอกว่ามาเถอะ มาเถอะ วันนี้เอาอีกแล้ว มาเถอะ มาเถอะ แล้วคุณล่ะ คุณทำอะไรเพื่อแก้ความผิดความชั่วร้ายที่เกิดก่อนหน้านี้”

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก่อนที่จะเปิดเวทีควรต้องมีการลาออกหรือยุบสภา และรัฐบาลไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นเจ้าภาพ สังคมต้องหาเวทีของคนกลาง ที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมบนความเสมอภาค ที่จะเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหา ยกตัวอย่างองค์กรสื่อ ถ้าจัดผมก็ไป คุณยิ่งลักษณ์มาผมก็ไป แต่ต้องในสถานะหุ้นส่วนคนหนึ่ง หรือองค์กรอื่นจัด ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ ภาคเอกชน สภาหอการค้า กกร. ทปอ. สภาคณาจารย์ ไม่เกี่ยว ขอให้เป็นเวทีของคนกลาง ยิ่งลักษณ์ต้องมาในหุ้นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ฐานะรัฐบาล ส่วนคุณสุเทพจะร่วมด้วยหรือไม่นั้น ตอบแทนไม่ได้”

มองเลยไปถึงทางออกหลังกรณี “ยุบสภา” ที่มองว่าฝ่ายค้านอาจบอยคอตไม่ส่งคนลงสมัครนั้น อภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า พรรคยังไม่มีการพูดคุยไปถึงว่าถ้ามีการยุบสภาจริงแล้วประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งหรือไม่ แต่แน่นอนว่าส่วนตัวยังทำหน้าที่พรรคการเมือง ขณะที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็พูดชัดเจนว่าถ้ากระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ “ปฏิวัติประชาชน” เกิดสภาประชาชน พวกตนก็ไม่เข้าไปร่วม ถ้าพวกตนเข้าไปร่วมก็แปลว่าตัวบุคคลแต่ละคนต้องออกไปจากตรงนี้แล้ว ในพรรคก็พูดชัดเจนว่า เรารู้ว่าหน้าที่ของเราคืออะไร ขอบเขตของเราคืออะไร และถ้าตัวคนในสถาบันตัดสินใจเป็นอย่างอื่นก็ต้องไปอยู่เวทีอื่น

“ถามคนที่ออกมาชุมนุมว่าเขาเห็นด้วยกันหมดหรือยังว่าต้องการหนึ่งสองสามสี่ห้า ไม่ใช่หรอกครับ เขารู้เพียงแต่ว่าพลังตรงนี้กำลังเรียกร้องความถูกต้อง ความรับผิดชอบ มันยังไม่เกิด ใครที่คิดตรงนี้เหมือนกันมารวมพลังกันก่อน ผมเจอคนที่หงุดหงิดแกนนำกับคุณสุเทพ แต่ก็ออกไป เพราะการต่อสู้เพื่อความถูกต้องมันแพ้ไม่ได้ วันนี้ผมถึงบอกว่าพยายามบอกกับพรรคว่ารายละเอียดวิธีการ วันต่อวันสถานการณ์ เราอย่าเอามาบดบังเป้าหมายหลักประเด็นใหญ่ของสังคม”

ทางเลือกอย่างการลาออกของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แม้สุดท้าย สส.เพื่อไทยจะได้รับการโหวตกลับมาเป็นนายกฯ อภิสิทธิ์ มองว่า อย่างน้อยการแสดงความรับผิดชอบมันคลี่คลายบรรยากาศความตึงเครียดเฉพาะหน้า แต่ถามว่าคลี่คลายแล้วปัญหาจบหรือยัง ก็ต้องมาไล่แกะประเด็นระเบิดเวลาอีกกี่ลูกที่คุณทำเอาไว้ ปัญหาขณะนี้คือรัฐบาลไม่มีความพยายามในการสร้างความไว้วางใจในตัวเอง เพราะวันที่แถลงถอย ไม่มีซักคำที่บอกว่ามันไม่เหมาะสม มีแต่บอกว่าถูกบิดเบือน แปลว่าถ้าฉันใช้กระบวนการต่างๆ โฆษณาชวนเชื่อมีมวลชนมาสนับสนุน ฉันก็เอาอีก

“ทางเลือก ‘ยุบสภา’ เป็นทางออกที่หลายฝ่ายเสนอ เป็นการแสดงความรับผิดชอบตามกระบวนการ ผมบอกไปแล้วว่าหากพรรคชนะเลือกตั้งก็มาปฏิรูปประเทศ หากพรรคแพ้ ผมก็กลับมาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่มีปัญหาอะไร แต่รัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิปฏิเสธอำนาจศาล ไม่มีสิทธิทำแบบนี้อีก ถึงคุณเลือกตั้งแล้วทำแบบนี้อีก คุณก็ต้องเจอสภาพแบบนี้อีก”

ปัญหาอยู่ตรงที่การเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน “สุเทพ” ประกาศชัดเจนว่า “ยุบสภาลาออก” ก็ยังไม่หยุดการชุมนุมนั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มวลชนเป็นผู้นำ การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาเมื่อมวลชนมีอารมณ์ร่วม เขาก็เดินออกมาเต็มที่บางจังหวะเวลา ยกตัวอย่างเช่น การประกาศของคุณสุเทพ เสียภาษี อารยะขัดขืนหลายคนก็บอกว่าทำไม่ได้ หลายคนบอกไม่เห็นด้วยก็ไม่ทำ แต่ก็ยังสนับสนุนการต่อสู้ของคุณสุเทพ

“เพราะฉะนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าถ้ารัฐบาลขอโทษ ยุบสภา หรือลาออก หรือทำอะไรก็ตาม มวลชนเขาจะคิดอย่างไร เราจะไปคิดแทนมวลชนไม่ได้ แต่ถ้ามวลชนเขายอมรับ มันก็จบ แต่ถ้ามวลชนไม่ยอมรับ สังคมก็ต้องคิดหาวิธีการในการแก้ปัญหาต่อไป คุณสุเทพก็ฝืนมวลชนต่อไปไม่ได้ วันนี้จะเรียกร้องคาดคั้นบอกว่า ถ้าฉันทำอย่างนั้นอย่างนี้ คุณต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ขึ้นกับสังคมในระดับหนึ่ง คุณก็ต้องเชื่อในดุลพินิจของสังคมว่า แค่ไหนคือความเหมาะสม”

คำถามว่าจะออกจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร อภิสิทธิ์ ย้ำว่า รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ นายกฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบ ตรงนั้นจะเป็นกุญแจไปสู่ทางเลือก ไม่มีส่วนสำเร็จ ผมก็มีความคิดของผม ผมเชื่อนักวิชาการ สุเทพก็มีความคิดสุเทพ นักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายคนก็มีความคิดของเขา แต่ทั้งหมดไม่มีทางคุยกันได้จนกว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นกุญแจอยู่ตรงนี้

“ในที่ประชุมพรรคคนมาสนใจว่า สส.ประชาธิปัตย์ จะลาออกไม่ลาออก ตอนค่ำก็มี สส.คนหนึ่งมาปรารภว่า แปลกนะ ทำไม สส.คนที่ทำผิดไม่ลาออก แต่กลับกลายเป็นคนมาสนใจว่าคนที่ไม่ทำผิด ทำไมไม่ออก หรือทำไมจะต้องออก แต่คนที่ทำผิดไม่ต้องมีใครถามแล้วหรือ”

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน