
เข้าใจ...พม่า
เพื่อประโยชน์ที่จะให้คนไทยเข้าใจพม่าได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยามที่พม่าเป็นประธานอาเซียนและเจ้าภาพซีเกมส์รอบนี้ ผมขอหยิบสิ่งที่ท่านเอกอัครราชทูตไทย ณ ย่างกุ้ง เคยบอกเล่าในคราวมาบรรยายสรุปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ที่สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งมี ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน โดยผสมกับประสบการณ์ของผมเองส่วนตัว ดังนี้
เพื่อประโยชน์ที่จะให้คนไทยเข้าใจพม่าได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยามที่พม่าเป็นประธานอาเซียนและเจ้าภาพซีเกมส์รอบนี้ ผมขอหยิบสิ่งที่ท่านเอกอัครราชทูตไทย ณ ย่างกุ้ง เคยบอกเล่าในคราวมาบรรยายสรุปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ที่สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งมี ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน โดยผสมกับประสบการณ์ของผมเองส่วนตัว ดังนี้
คนไทยเชื่อกันเองว่า ชายใดบวช 3 หนนั้นคบไม่ได้ (นัยว่าแสดงออกถึงความเป็นคนมีปัญหากับการตัดสินใจของตัวเอง หรือมีปัญหาในการอยู่กับวัดด้วยซ้ำ) แต่ในพม่าการบวชคือการสะสมบุญ ดังนั้น ไม่แปลกที่ ผู้ชายพม่าคนหนึ่งอาจผ่านการบวชมาแล้วนับสิบครั้ง
ศาสนาพุทธเป็นวิถีชีวิตของคนพม่าทั้งชายหญิง และเขาถือศาสนาอย่างเคร่งครัดกว่าคนไทยพุทธมาก เคร่งครัดถึงขนาดที่ระหว่างเข้าพรรษา คนพม่าจะไม่นิยมแต่งงาน เพื่อว่าจะได้รักษาศีล พอออกพรรษาแล้วในเดือน พ.ย.ไปสัก 6 เดือน คือ ราว มี.ค.พ.ค. เราจึงพอจะสังเกตเห็นได้ว่ามีคนตั้งครรภ์มากขึ้นผิดหูผิดตา
ผู้หญิงในพม่าบวชได้และห่มสีชมพู และการบวชก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของพม่า ไม่ใช่เพราะผิดหวังในอะไร...แต่เพื่อสะสมบุญ !
ปัจจุบันประธานาธิบดีเต็งเส่งไม่มียศพลเอกอะไรอีกแล้ว เพราะในระบบของพม่ายศทหารมีไว้ให้ใช้ในยามที่ยังอยู่ในราชการกองทัพ เกษียณเมื่อไหร่เอาไปได้เพียงบำนาญ ส่วนยศไม่ตามติดตัวไป
ราคาที่ดินในกลางกรุงย่างกุ้งเวลานี้ แพงกว่าที่ดินสีลมของไทย เพราะมีนักธุรกิจต้องการทำเลเพื่อสร้างธุรกิจมาก ทั้งจากนักธุรกิจพม่าและนักธุรกิจทั่วโลกที่ต้องการลงทุนในพม่า แม้แต่ประธานกูเกิลยังรีบบินมากล่าวปาฐกถาถึงความสนใจในพม่า หลังจากการเยือนพม่าของประธานาธิบดีโอบามาไม่นาน (ที่ดินย่างกุ้งตารางฟุตละ 700 USD)
ราคาห้องพักโรงแรม 5 ดาวในพม่า นอกจากจะแพงกว่าที่อื่นๆ ในอาเซียนแล้วยังจองยากมากด้วย เพราะมีคนรอเข้าพักกันต่อเนื่องไม่ขาดสาย ที่สำคัญจ่ายก่อนนอนทีหลัง...คิวแน่นขนาดนั้น ในบางช่วงต่อให้เป็น VIP โรงแรมบางแห่งที่แน่นมากๆ ไม่ให้คุณนอนพักได้นานตามอำเภอใจด้วยซ้ำ เพราะมีคนจองมาล่วงหน้าและจ่ายมาแล้ว
ประธานาธิบดีเต็งเส่งและนางอองซานซูจี แม้จะต้องแข่งขันกันทางการเมืองต่อไป เพราะจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 แต่ทั้งสองก็ไม่เคยกล่าวร้ายถึงกันเลย มีแต่ชมกันให้เวทีนานาชาติฟังด้วยซ้ำ... !
เงื่อนไขที่ยังปรากฏในรัฐธรรมนูญพม่า ซึ่งกลายเป็นล็อกที่ทำให้นางอองซานซูจียังก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีพม่าไม่ได้ มิได้เกิดขึ้นโดยการกำหนดของรัฐบาลทหารที่เคยกักนางไว้ในบ้านถึง 15 ปีด้วย...แต่เงื่อนไขนี้เป็นผลจากรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งร่างโดยบิดาของเธอเอง คือ นายพลอูอองซาน เพราะขณะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของพม่าเกิดขึ้นในภาวะที่พม่ายังหวาดกลัวและวิตกกังวลเกี่ยวกับกระแสอำนาจ หรือการล่าอาณานิคม การเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกอยู่
รัฐสภาพม่านั้น สส.เขาเถียงกันจริง แต่จะไม่มีประท้วง หรือยื้ออภิปรายกันยาวเหยียดจนถึงตีหนึ่ง ตีสอง สส.ในสภาของพม่าพูดสั้น ตรงประเด็น เพราะรับธรรมเนียมสภาอังกฤษมา
ในอาเซียนมี 3 ประเทศที่มีหิมะตกบนภูเขา อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า (ที่เมืองพูตาโอ)
ขณะนี้มีโครงการพัฒนาทางเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลที่ใหญ่มากอย่างน้อย 3 แห่งในพม่า หนึ่ง คือ โครงการทวาย ซึ่งยังต้องรอเวลาอีกมาก เพราะมีขนาดใหญ่ และที่จริงก็ใหญ่เกินกำลังที่ไทยจะทำเองได้ไหว แห่งที่สองคือ โครงการจ๊อกเพียวในรัฐยะไข่ ซึ่งให้จีนเข้าไปพัฒนาและเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ส่วนแห่งที่สามคือ โครงการติละวา ห่างจากปากแม่น้ำอิรวดี 16 กิโลเมตร ห่างจากกรุงย่างกุ้งเพียง 26 กิโลเมตร อันนี้ญี่ปุ่นกับเศรษฐีใหญ่ในพม่าร่วมกันทำ นี่ก็กำลังเป็นรูปเป็นร่าง
พม่าให้ความสำคัญกับการเชื่อมถนนระหว่างไทยผ่านพม่าไปจนถึงอินเดียมาก โดยจะเชื่อมแม่สอดอินเดีย
ในปี 2014 พม่าจะมีตลาดหุ้นขึ้นที่ย่างกุ้งแห่งแรก และจะมีอีกแห่งที่มัณฑะเลย์
เวลาไปเที่ยวไหว้พระเจดีย์สำคัญๆ ของพม่า อย่ามัวมองหาทองจากอยุธยาเลย ไม่เจอหรอก เพราะถ้าใส่แว่นตาแห่งความขุ่นเคือง ซึ่งไม่รู้ว่าเท็จจริงแค่ไหน มองพระธาตุพระเจดีย์ไปก็ไม่เห็นธรรม พระมหาเจดีย์ ชเวดากองนั้นสร้างโดยมอญ ไม่ใช่พม่า และสร้างมานานก่อนจะมีกรุงศรีอยุธยาด้วย
ขออวยพรให้ทีมนักกีฬาไทยและเจ้าหน้าที่กว่า 1,100 คน บวกกับกองเชียร์และนักท่องเที่ยวไทยนับหมื่นๆ ที่กำลังจะไปเที่ยวพม่าในปลายปีนี้ โชคดีมีความสุขและเป็นทูตทางวัฒนธรรม สายสัมพันธ์ให้สองแผ่นดินที่ไม่มีทางยกหนีกันไปไหนได้ รักและผูกพันให้ลึกซึ้งมากขึ้น...อันที่จริงคนพม่าเขาอยากจะคบคนไทย ด้วยความชื่นชมแหละ...ห่วงแต่ฝ่ายไทยเราเองต่างหากที่ต้องหยุดจุดไฟเผาใจตัวเอง
หมายเหตุ : รัฐบาลพม่าเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเมียนมาร์ เพื่อจะได้ให้ชนเผ่าอื่นๆ อีกนับ 10 ที่ไม่ใช่เผ่าพม่า รู้สึกว่าชื่อประเทศมีความเป็นกลางๆ ซึ่งก็มีส่วนทำให้การเจรจาสันติภาพและความปรองดองในเมียนมาร์ดีขึ้น (คล้ายๆ กับคำว่าสยามกับไทย นั้นแหละเพียงแต่เราเปลี่ยนกลับตาลปัตรกัน!)







