
กังขาจารุพงศ์ใช้เงินอีสวอเตอร์ทัวร์จีน-มาเลย์
ปชป.อัด มท.1ใช้เงินอีสวอเตอร์ทัวร์จีน-มาเลย์ ด้าน จารุพงศ์ แจงใช้เงินตัวเองเดินทาง แถมยิ่งลักษณ์อนุญาตให้ไป
ปชป.อัด มท.1ใช้เงินอีสวอเตอร์ทัวร์จีน-มาเลย์ ด้าน จารุพงศ์ แจงใช้เงินตัวเองเดินทาง แถมยิ่งลักษณ์อนุญาตให้ไป
เมื่อวันที่ 27 พ.ย. เวลา20.30น.การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจได้เข้าสู่ประเด็นการบริหารในกระทรวงมหาดไทยของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย
นายวิรัช ร่มเย็น สส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ขณะนี้มีหลักฐานว่านายจารุพงศ์ได้มีพฤติกรรมทุจริตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 103 ที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เนื่องจากบริษัทอีสวอเตอร์ที่มีการประปาส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในการควบคุมของกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้พานายจารุพงศ์ นายชินวัฒน์ อัศวโภคี อดีตกรรมการบริษัทอีสวอเตอร์ และ นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการรมว.มหาดไทย เดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีน
นายวิรัช กล่าวว่า ทั้งนี้การเดินทางไปมาเลเซียมีบริษัทแอร์โรว์ อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นผู้ดำเนินการ ในมูลค่าทั้งหมด 62,340 บาท ส่วนการเดินทางไปจีนได้มีบริษัทเอ็มแอนด์พีเป็นผู้ดำเนินการในราคาทั้งหมด 117,900 บาท ซึ่งการเดินทางทั้งสองครั้งมีหลักฐานเป็นเช็คสั่งจ่ายของธนาคารกสิกรไทยสาขาบางเขน ให้กับบริษัททัวร์ทั้งสองแห่ง
"บางคนบอกเงินแค่หลักหมื่นหลักแสนนั้นน้อยไป แต่ประเทศไทยต้องคงความศักดิ์ของกฎหมายเอาไว้ เพราะรมว.มหาดไทย ต้องดูผู้ว่าฯทั้ง 77 จังหวัด ถ้าหากพวกเขาเลียนแบบท่านจะทำอย่างไร ดังนั้น รมว.มหาดไทย ไม่ควรดำรงตำแหน่งต่อไป และจะดำเนินการถอดถอนตามกระบวนการป.ป.ช.ต่อไป"นายวิรัช กล่าว
นายจารุพงศ์ ชี้แจงว่า การเดินทางดังกล่าวเป็นไปตามคำเชิญของบริษัทอีสวอเตอร์เพื่อไปดูงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เพราะคิดว่าในอนาคตจะเป็นประโยชน์กับประเทศ โดยเดินทางไปจีนวันที่ 20-21ธ.ค.2555 และไปมาเลเซียระหว่างวันที่ 2-3ก.พ.2556 และได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดจำนวน 210,000 บาท
นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญก่อนการเดินทางได้รายงานให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับทราบและได้รับการอนุญาตทุกครั้ง จึงยืนยันได้ว่าไม่ได้มีเจตนาที่รับประโยชน์ที่มิควรได้ตามกฎหมายแต่อย่างใด
ขอบคุณภาพจาก : สำนักข่าวเด็กและเยาวชนRTV1







