posttoday
ต้องมีมาตรฐาน

ต้องมีมาตรฐาน

26 พฤศจิกายน 2556

เมื่อสัปดาห์ก่อน เชื่อได้ว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้ชมคลิปวิดีโอที่คุณวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หัวหน้าทีมกฎหมายไทย สู้คดีเขาพระวิหาร ได้เตือนสติเหมือนสอนมวยคุณศิริโชค โสภา สส.จากพรรคฝ่ายค้าน ในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของท่านทูตในความต้องการที่จะป้องกันผลประโยชน์ของประเทศ ทั้งนี้เพราะการอภิปรายที่มุ่งประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไปอาจจะทำให้ประเทศเสียหายได้ ซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการระดับสูงทุกท่านของทุกกระทรวงในการที่จะต้องมีจุดยืนที่แน่ชัดในการรักษาผลประโยชน์ของชาติมากกว่าเรื่องอื่นใด โดยหลายท่านอาจจะจำกันไม่ได้แล้วว่า ทีมกฎหมายไทยที่สู้คดีเขาพระวิหารนี้ แต่งตั้งโดยรัฐบาลที่แล้ว โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลแต่อย่างไร ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมท่านทูตวีรชัย คุณณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คุณธนา เวสโกสิทธิ์ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย พร้อมทั้งทีมทนายทั้งหมดที่ได้ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้สงสัยว่าหากผลคำตัดสินของศาลโลกในคดีเขาพระวิหารนี้ออกมาในสมัยรัฐบาลที่แล้ว คุณศิริโชค และพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในลั

เมื่อสัปดาห์ก่อน เชื่อได้ว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้ชมคลิปวิดีโอที่คุณวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หัวหน้าทีมกฎหมายไทย สู้คดีเขาพระวิหาร ได้เตือนสติเหมือนสอนมวยคุณศิริโชค โสภา สส.จากพรรคฝ่ายค้าน ในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของท่านทูตในความต้องการที่จะป้องกันผลประโยชน์ของประเทศ ทั้งนี้เพราะการอภิปรายที่มุ่งประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไปอาจจะทำให้ประเทศเสียหายได้ ซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการระดับสูงทุกท่านของทุกกระทรวงในการที่จะต้องมีจุดยืนที่แน่ชัดในการรักษาผลประโยชน์ของชาติมากกว่าเรื่องอื่นใด โดยหลายท่านอาจจะจำกันไม่ได้แล้วว่า ทีมกฎหมายไทยที่สู้คดีเขาพระวิหารนี้ แต่งตั้งโดยรัฐบาลที่แล้ว โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลแต่อย่างไร ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมท่านทูตวีรชัย คุณณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คุณธนา เวสโกสิทธิ์ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย พร้อมทั้งทีมทนายทั้งหมดที่ได้ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้สงสัยว่าหากผลคำตัดสินของศาลโลกในคดีเขาพระวิหารนี้ออกมาในสมัยรัฐบาลที่แล้ว คุณศิริโชค และพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ดังนั้นจึงอยากให้มีมาตรฐานในการวิจารณ์ในลักษณะเดียวกัน

พูดถึงคำตัดสินและมาตรฐานแล้วก็อดไม่ได้ที่จะ ต้องพูดถึงคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีการแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาของ สว. ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งเมือง โดยเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายมหาชนหลายท่านได้ออกมาไม่เห็นด้วยกับ คำตัดสินนี้ แม้กระทั่ง ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มักจะวิจารณ์รัฐบาลและ พรรคเพื่อไทย ยังอดไม่ได้ที่จะต้องออกมาระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีสิทธิในการตัดสินคดีนี้ พร้อมทั้งวิจารณ์ความไม่มีมาตรฐานของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และได้สร้างปัญหาให้กับประเทศนี้อย่างมาก และเห็นว่าการให้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งมากขึ้นย่อมเป็นประชาธิปไตยมากกว่าการอนุญาตให้มาจากการแต่งตั้ง อีกทั้งยังเห็นว่าคำตัดสินดังกล่าวจะเป็นปัญหาและเป็นมาตรฐานที่ไม่ดีในอนาคต

แม้กระทั่งในต่างประเทศสื่อต่างๆ เช่น BBC ก็ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่กี่คน ไม่น่าจะมาตัดสินควบคุมประเทศทั้งหมดได้ และเห็นว่า คำตัดสินจะสร้างความปั่นป่วนให้เกิดเพิ่มขึ้นในประเทศ ทั้งนี้ประเทศที่เจริญแล้วอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาต่างก็มีวุฒิสมาชิกจากการเลือกตั้งทั้งหมด และยังสังกัดพรรคการเมืองด้วยซ้ำ การที่จะคิดว่าประชาชนคนไทยยังไม่พร้อม ก็อาจจะเป็นการดูถูกประชาชนมากเกินไป และถ้าไม่อนุญาตให้ระบอบประชาธิปไตยพัฒนาไปได้เองและมีการแทรกแซงตลอด การพัฒนาประชาธิปไตยก็จะเป็นไปได้ยาก

ผู้เขียนเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ตั้งแต่เด็กจนโตก็ได้เรียนว่าระบอบประชาธิปไตย มีสามเสาหลักคือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ที่ต่างก็มีหน้าที่ในการทำงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ การที่จะมีหน่วยงานอื่นมาห้ามการทำหน้าที่ของเสาหลักทั้งสามนี้ไม่น่าจะทำได้ การห้ามนิติบัญญัติไม่ให้แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เหมือนกับการ ห้ามรัฐบาลไม่ให้บริหารประเทศ หรือการห้ามศาลไม่ให้ตัดสินคดี ซึ่งไม่น่าจะทำได้ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญนั้นหากเป็นในต่างประเทศก็จะมีหน้าที่เฉพาะการตีความตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้เท่านั้น หากมีการแก้รัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีสิทธิห้ามการกระทำที่เป็นหน้าที่ของนิติบัญญัติดังกล่าวได้ ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ได้เคยมีคำตัดสินก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยไม่ผ่านประชามติ แต่สามารถแก้เป็นรายมาตราได้ แต่พอแก้รายมาตราก็ไม่ได้อีก จึงทำให้สงสัยว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันไม่ได้เลยหรือ และต้องมี สว.จากการแต่งตั้งไปตลอดเลยหรือ

ผลกระทบจากคำตัดสินทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตกลงอย่างมาก หลังจากที่ตกมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจว่าคำตัดสินจะทำให้เกิดความสงบในประเทศได้ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติอาจจะเริ่มไม่เข้าใจว่าระบบศาลรัฐธรรมนูญของไทยจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเขาในอนาคตหรือไม่ อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เพราะต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับระบบความยุติธรรรมของทุกประเทศที่เข้าไปลงทุนอย่างมาก

ที่น่ากังวลที่สุดคือการเริ่มมีการพูดถึงทุกเรื่องที่จะเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงเรื่องการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม โดยได้มีการออกมาให้สัมภาษณ์ของผู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาล ออกมาขู่แล้วว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินไม่ให้ผ่านเหมือนกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะจะทำให้การพัฒนาประเทศต้องชะงักลง หลังจากที่ประเทศไทยไม่ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มากว่า 7 ปีแล้ว หากจะไม่สามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ก็จะทำให้ประเทศเสียโอกาสในการพัฒนา ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะเป็นกลจักรหลักในการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอีก 7 ปีข้างหน้า

เข้าใจดีว่า ในขณะนี้อาจจะมีความขัดแย้งในทางความคิดกันมาก แต่อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายได้พิจารณามองประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก อะไรที่จะทำให้ประเทศเจริญก็ช่วยกันเถอะครับ

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน