
"วสันต์" ฉะรัฐบาลฮิตเลอร์
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษเรื่อง “ระบบยุติธรรมกับทางรอดของประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า การที่ฝ่ายการเมืองแถลงไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แล้วหากศาลรัฐธรรมนูญประกาศบ้างว่าไม่ยอมรับอำนาจในการออกกฎหมายของสภา หรือประชาชนประกาศว่าไม่ยอมรับกับอำนาจของตำรวจที่มาจับและให้ใบสั่ง ทำได้หรือไม่ ประเทศจะไปสู่ความยุ่งยากขนาดไหน
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษเรื่อง “ระบบยุติธรรมกับทางรอดของประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า การที่ฝ่ายการเมืองแถลงไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แล้วหากศาลรัฐธรรมนูญประกาศบ้างว่าไม่ยอมรับอำนาจในการออกกฎหมายของสภา หรือประชาชนประกาศว่าไม่ยอมรับกับอำนาจของตำรวจที่มาจับและให้ใบสั่ง ทำได้หรือไม่ ประเทศจะไปสู่ความยุ่งยากขนาดไหน
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ได้เป็นเพราะรัฐธรรมนูญมีปัญหา และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะลดปัญหาความขัดแย้งได้ เพราะแม้เรามีรัฐธรรมนูญไม่ดี แต่ถ้ามีคนดี ไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย บ้านเมืองก็ไปได้
ความจริงผมไม่เห็นด้วยกับการขนม็อบมาต่อต้านรัฐบาล แต่ควรจะเป็นว่า ถ้าเห็นว่ารัฐบาลอยู่ 4 ปี ทำบ้านเมืองเสียหาย เลือกตั้งครั้งต่อไปก็ไม่ต้องไปเลือก หรืออย่างคนที่ปฏิเสธอำนาจศาล ใครที่ไม่เห็นด้วย เลือกตั้งคราวหน้าก็ไม่ต้องไปเลือกคนเหล่านี้ที่ไม่ยึดกฎกติกา วันนี้ทหารไม่ได้มีความอดทนน้อยเหมือนเมื่อก่อน นิดหน่อยก็ลากรถถังออกมา คนที่เป็นหัวหน้าปฏิวัติปี 2549 เป็นอย่างไร สุดท้ายก็กลับมาเป็นลูกน้องเขาเสียอีก” วสันต์ กล่าว
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวอีกว่า ก้าวย่างของรัฐบาลนี้ไม่ต่างจากพฤติกรรมของฮิตเลอร์ ที่ทำให้รัฐสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติและควรตรวจสอบฝ่ายบริหาร กลับกลายเป็นลูกน้องของฝ่ายบริหาร ดังนั้นถ้าแก้ปัญหา ฝ่ายเสียงข้างมากจะต้องเป็นฝ่ายที่รับฟังความเห็นที่แตกต่างจากเสียงข้างน้อย นักการเมืองต้องมีจิตสำนึก ประชาชนก็ต้องเลือกคนที่ดี ไม่เลือกคนชั่ว เพราะถ้าได้ผู้แทนที่ไม่ดี ก็จะเหมือนกับคนที่เลือกเป็นคนไม่ดีไปเป็นด้วย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการศึกษา ทุกวันนี้คนคิดถึงประชาธิปไตย ที่พูดแต่เสียงข้างมาก จะทำอะไรก็ได้ ซึ่งมันไม่ใช่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเสียงข้างมากหรือเสียงน้อย ทุกคนต้องมีวินัย ต้องรักษากฎกติกาบ้านเมือง
ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลเป็นการยืนยันว่าสภาไม่ควรออกกฎหมายตามใจชอบ ด้วยการพยายามรวมศูนย์อำนาจปรับแก้โครงสร้างที่มาของ สว. ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ยอมฟังเสียงข้างน้อย
ไชยันต์ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่พรรคฝ่ายค้านจะมีการยื่นเรื่องเพื่อถอดถอนประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภาให้พ้นออกจากตำแหน่ง เพราะเป็นบุคคลที่ขาดความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย ทำลายระบบถ่วงดุลอำนาจเสียงข้างมาก อีกทั้ง สส.ยังบกพร่องหลอกลวงประชาชน ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนก็จะต้องถูกถอดถอนด้วย
สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ผลของคำวินิจฉัยเป็นระเบิดเวลาให้องค์กรอื่นทำหน้าที่ตรวจสอบความผิดของ สส.และ สว.ต่อไป และจะทำให้เกิดสุญญากาศที่ไปต่อไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น ถ้านายกรัฐมนตรีจะไปถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ยื่นทูลเกล้าฯ ไปแล้วนั้น ก็ไม่มีกฎหมายใดระบุว่าสามารถดึงกลับมาได้ ต่อไปอาจมีผู้ร้องในกรณีนี้ตามมาอีก หรือจะให้กฎหมายตกไปเองก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน จึงเป็นการวินิจฉัยที่เลยเถิดไปจากเรื่องของประชาธิปไตยมาก







