posttoday
กฟผ.ก้มหน้าแบกค่าเอฟทีต่อย้ำรัฐสั่งทำได้แต่แค่ระยะสั้น

กฟผ.ก้มหน้าแบกค่าเอฟทีต่อย้ำรัฐสั่งทำได้แต่แค่ระยะสั้น

03 พฤษภาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — กฟผ.พูดไม่ออก อุ้มค่าเอฟทีถึงสิ้นปี เผยตอนนี้แบกภาระแล้ว 9,698 ล้านบาท ติงรัฐไม่ควรใช้มาตรการตรึงค่าเอฟทีเป็นมาตรการระยะยาว

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า มาตรการตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ให้กับประชาชนเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งหากจะขยายระยะเวลาตรึงค่าเอฟทีจากเดือน ส.ค. 2553 ออกไปจนถึงสิ้นปี ทาง กฟผ.ในฐานะเป็นหน่วยงานปฏิบัติก็พร้อมดำเนินการ โดยจะเข้าไปรับภาระค่าเอฟทีต่อเนื่องจากปัจจุบันที่มีภาระสะสมอยู่แล้ว 9,698 ล้านบาท ซึ่งยอมรับว่าส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง เพราะในช่วง 12 ปีนี้ยังไม่มีแผนลงทุนโครงการใหญ่ๆ

ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือค่าเอฟทีให้ประชาชนสามารถทำได้ในระยะสั้นๆ แต่เมื่อใดที่สถานการณ์กลับสู่ปกติก็ควรทยอยปรับให้สะท้อนความเป็นจริง เพราะจะเป็นการควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้าด้วย เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าความเป็นจริงทำให้ประชาชนไม่รู้จักการประหยัด ซึ่งการตรึงค่าเอฟทีไม่ควรดำเนินการในระยะยาวมากเกินไป

“การเข้าไปรับภาระค่าเอฟทีในแต่ละงวดส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องบ้าง แต่ถ้าถาม กฟผ.ว่าจะตรึงค่าเอฟทีต่อได้หรือไม่ ก็ทำได้หากเป็นนโยบาย ซึ่งยังถือว่าโชคดีที่ช่วงนี้ไม่มีโครงการลงทุนใหญ่ๆทำให้ยังไม่ต้องใช้เงิน แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินก็ต้องใช้วิธีออกพันธบัตร” นายสุทัศน์ กล่าว

ทั้งนี้ การตรึงค่าเอฟทีต้องดูหลายปัจจัยตั้งแต่ราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้ถือเป็นผลดีต่อค่าไฟฟ้า เพราะทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ซื้อมาถูกลง

สำหรับประกาศค่าเอฟทีรอบเดือน พ.ค.ส.ค. 2553 มีการประมาณความต้องการใช้ไฟฟ้ารวม 54,380 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 6,032 ล้านหน่วย จากประมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าช่วงเดือนม.ค.เม.ย.ที่อยู่ 48,348 ล้านหน่วย โดยราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าช่วงเดือนพ.ค.ส.ค. อยู่ที่ 238 บาทต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นจากงวดเดือนม.ค.เม.ย.อยู่ที่ 236 บาทต่อล้านบีทียู ในขณะที่ราคารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนลดลงจาก 2.36 บาท/หน่วยเป็น 2.30 บาท/หน่วย แต่จากประมาณการหน่วยขายไฟฟ้าทั้งประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียง 1.89 สต./หน่วย

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทที่ใช้ในการคำนวณค่าเอฟทีในงวดเดือนพ.ค.ส.คอยู่ที่ 32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ลดลงจากที่ใช้คำนวณในงวดเดือนม.ค.เม.ย. อยู่ที่ 33.50 บาท/เหรียญสหรัฐ และการคำนวณค่าเอฟทีอยู่บนพื้นฐานอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ(จีดีพี)ที่ระดับ 3.5% ส่งผลให้ค่าเอฟทีงวดเดือนพ.ค.ส.ค.53ต้องปรับเพิ่มขึ้น 19.27 สต./หน่วย

อย่างไรก็ตาม จากนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยตรึงค่าไฟฟ้าให้ประชาชนถึงเดือน ส.ค. จึงทำให้ค่าเอฟทีที่จะเรียกเก็บงวดเดือน พ.ค.ส.ค. อยู่ที่ระดับเดิมคือ 92.55 สต.ต่อหน่วย และคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่จะเรียกเก็บกับประชาชนที่อัตรา 3.17 บาทต่อหน่วยเหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน