
เป้าส่งเสริมลงทุน9แสนล.ปี’57
บีโอไอชูแผนใหม่รอบอร์ดไฟเขียว
บีโอไอชูแผนใหม่รอบอร์ดไฟเขียว
คาดประกาศสิ้นปี.บีโอไอพลาดเป้าปีนี้ ส่วนปีหน้าขอยอดส่งเสริมไม่ต่ำกว่า 9 แสนล้าน ชงแผนใหม่เข้าบอร์ด
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 7.57 แสนล้านบาท ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ทำให้คาดว่ายอดทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท แต่เชื่อว่าจะถึงระดับ 9 แสนล้านบาท ขณะที่ในปี 2557 ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนจะใกล้เคียงกับปีนี้ ยอดขอส่งเสริมฯ จะไม่ต่ำกว่า 9 แสนล้านบาท
สำหรับนโยบายส่งเสริมฉบับใหม่ (2557-2560) ตอนนี้จัดทำเสร็จแล้ว โดยได้หารือเพิ่มเติมกับภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีข้อท้วงติงใดๆ โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอนโยบายฉบับใหม่ให้คณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไออนุมัติ ซึ่งจะเร็วเพียงใดขึ้นอยู่กับว่านายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่มาแทนชุดเก่าที่หมดวาระเมื่อใด
ล่าสุด นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองประธานบอร์ดบีโอไอโดยตำแหน่ง ได้หารือเรื่องนี้กับนายกฯ ซึ่งเป็นประธานบอร์ดบีโอไอแล้ว คาดว่าจะแต่งตั้งบอร์ดใหม่ภายในปีนี้ เพื่อให้อนุมัตินโยบายใหม่เร็วที่สุดและประกาศก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาปรับตัว 1 ปี ก่อนแผนจะเริ่มมีผลบังคับใช้ต้นปี 2558 ซึ่งหากประกาศล่าช้าจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนและขาดความเชื่อมั่นได้
ทั้งนี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่จะเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เน้นฐานความรู้หรือการวิจัยและพัฒนาเน้นความสมดุลระหว่างสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่จำกัด
“เราต้องสร้างกลไกเพื่อเอื้อให้เกิดและถ่ายทอดการวิจัยและพัฒนา เพราะเชื่อว่าจะเป็นรากฐานของเศรษฐกิจประเทศ ผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำของภูมิภาคเมื่อมีการรวมประชาคมอาเซียน” นายอุดม กล่าว
นอกจากนี้ นโยบายฉบับใหม่จะเน้นส่งเสริมธุรกิจไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านวัตถุดิบในประเทศที่ขาดแคลนและเป็นการขยายตลาดใหม่
แนวทางส่งเสริมจะยังคงเน้นการนำนักลงทุนไปพบหน่วยงานภาครัฐรวมถึงจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนประเทศเป้าหมาย ซึ่งปีงบประมาณ 2557 คาดว่าจะมีทริปไม่น้อยกว่าปี 2556 ที่มีการเดินทางทุกระดับกว่า 100 ทริป ทั้งนี้ที่ผ่านมาธุรกิจไทยได้ออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เช่น ปี 2555 ใช้เงินลงทุนรวม 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.7 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับเงินลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยที่ผ่านบีโอไอซึ่งมีประมาณปีละ 34 แสนล้านบาท
นายอุดม กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองว่า ขณะนี้อยู่ในระดับความเห็นไม่ตรงกัน ไม่มีความรุนแรง จึงไม่น่ากระทบต่อการลงทุน ทั้งนี้ความกังวลหลักๆ ที่จะส่งผลต่อเม็ดเงินลงทุนในระยะต่อไปยังมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งหากอยู่ในระดับต่ำจะส่งผลต่อการขยายกิจการของภาคเอกชน







