
รัฐบาลยันช่วยไอทีดีเต็มที่
นิวัฒน์ธำรงรับปากต้องได้เงินคืนพม่าให้เอกชนไทยญี่ปุ่นสานต่อ
นิวัฒน์ธำรงรับปากต้องได้เงินคืนพม่าให้เอกชนไทยญี่ปุ่นสานต่อ
นิวัฒน์ธำรงรับปากอิตาเลียนไทยฯ หมดห่วงเรื่องทวาย รัฐบาลอุ้มเต็มที่ ได้เงินคืน ได้งานใหม่
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานร่วมไทยพม่า เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (เจซีซี) เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยจะสนับสนุนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ไอทีดี) ให้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ในการประชุมเจซีซีวันที่ 21 พ.ย.นี้ ไทยและพม่าจะลงนามสัญญา 3 ฉบับ คือ 1.สัญญาให้บริษัท เอสพีวี บริษัทร่วมทุนไทยพม่า เป็นผู้ถือสัญญาสัมปทานโครงการทวายกับรัฐบาลพม่าแทนบริษัท ไอทีดี 2.ลงนามยกเลิกสัญญาสัมปทานทวายที่บริษัท ไอทีดี ทำไว้กับการท่าเรือของพม่า และ 3.ลงนามในสัญญาที่กำหนดให้บริษัท ไอทีดี ได้รับเงินลงทุนในโครงการทวายก่อนหน้านี้คืนทั้งหมด
นอกจากนี้ ทางญี่ปุ่นที่สนใจเข้าร่วมลงทุนในบริษัท เอสพีวี จะเข้าร่วมประชุมด้วย แต่จะยังไม่ลงนามเข้าถือหุ้นในบริษัทเอสพีวี เพราะยังมีขั้นตอนภายในอีกมาก
“ต้องเข้าใจก่อนว่า ไอทีดีได้สัญญาทวายมาก่อนและได้ลงทุนไปบ้างแล้ว แต่ที่รัฐบาลไทยต้องเข้าไปช่วยเพื่อที่ว่ารัฐบาลพม่าจะได้เกรงใจ จะไปเขี่ยไอทีดีทิ้งเฉยๆ ไม่ได้ ที่เราไปช่วย คือ เงินที่ไอทีดีลงทุนไปแล้วจะต้องได้กลับคืนมา เพราะไอทีดีเป็นบริษัทไทย เราต้องปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทไทย” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสรัฐบาลพม่า ว่า รัฐบาลพม่าเตรียมจะยึดโครงการทวายกลับไปดูแลเองหลังจากที่บริษัท ไอทีดี ไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนเพิ่มเติมได้ โดยขณะนี้ทางการพม่าได้ขอให้บริษัท ไอทีดี และบริษัทอื่นๆ ที่ตกลงทำสัญญาร่วมกัน ยุติกิจกรรมทุกอย่างในทวาย เพื่อเปิดทางให้ผู้ตรวจสอบบัญชีนานาชาติเข้าสอบทานธุรกิจเพื่อสร้างรูปแบบในการปฏิบัติงานที่ดีกว่า
กระนั้น ทางพม่าจะร้องขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นและไทยมอบหมายให้เอกชนของแต่ละประเทศเข้ามาสานต่อโครงการเฟสแรกของทวาย ได้แก่ ท่าเรือขนาดเล็ก ถนน น้ำ และโรงไฟฟ้า ให้เร็วที่สุดด้วย ส่วนการลงทุนขั้นที่สอง รัฐบาลพม่าจะให้บริษัทต่างชาติเข้าประมูลในโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น







