
คาดวุฒิสภาถกกู้2ล้านล้านวันเดียวจบ
วุฒิสภาถกกู้เงิน 2 ล้านล้านวาระ2-3 วันนี้ คาดวันเดียวจบ ด้านกรรมาธิการแก้เนื้อหาป้องกันใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์
วุฒิสภาถกกู้เงิน 2 ล้านล้านวาระ2-3 วันนี้ คาดวันเดียวจบ ด้านกรรมาธิการแก้เนื้อหาป้องกันใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์
การประชุมวุฒิสภาในวันนี้(18พ.ย.)เตรียมพิจารณาลงมติว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้าบาทหรือไม่ในวาระที่ 2 และ 3
นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สว.ชลบุรี และเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า คาดว่าการพิจารณาน่าจะเสร็จสิ้นภายในวันเดียวไม่เกิน 22.00น.โดยมีสว.ขอใช้สิทธิอภิปรายในฐานะผู้เสนอแก้ไขถ้อยคำจำนวน 54 คน อย่างไรก็ตาม หากเสร็จไม่ทันในวันนี้ก็จะประชุมในวันที่ 19 พ.ย.ต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ของวุฒิสภาที่มีนายธวัช บวรวนิชยกูร สว.สรรหา เป็นประธานได้แก้ไขและเพิ่มเติมถ้อยคำในร่างพ.ร.บ.ที่เป็นประเด็นสำคัญจำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การแก้ไขให้การกู้เงินถือเป็นเงินที่ต้องส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง จากเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรไม่กำหนดให้การกู้เงินต้องส่งคลังตามกฎหมาย และ 2.การเพิ่มนิยามคำว่า “โครงการ” ไว้ในร่างพ.ร.บ.เพื่อกำหนดให้การก่อสร้างโครงการต่างๆจะทำได้เฉพาะเท่าที่มีอยู่ในบัญชีแนบท้ายตามที่รัฐบาลเสนอเข้ามาประกอบร่างพ.ร.บ.เท่านั้น
นายธวัช กล่าวว่า สาเหตุที่คณะกมธ.ต้องแก้ไขโดยเพิ่มคำว่าโครงการเข้าไปในกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วจากการใช้งบประมาณประจำปีที่พบว่ามีการใช้เงินไม่ตรงกับวัตถุประสงค์หลายโครงการจนสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น
นายธวัช กล่าวว่า ดังนั้น คณะกมธ.จึงเห็นว่าแค่คำยุทธศาสตร์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้อาจจะยังไม่สามารถป้องกันปัญหานี้ได้ ทำให้ต้องเพิ่มคำว่าโครงการเข้าไปในกฎหมายพร้อมกับให้นิยามว่า “โครงการตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายร่างพ.ร.บ.นี้" เพื่อให้การทำโครงการจะต้องเป็นไปตามในบัญชีแนบท้ายป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณที่ไม่ตรงกับโครงการ
ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในฐานะกมธ. กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายของคณะกมธ.ในประเด็นการให้การกู้งินถือเป็นเงินคงคลังนั้นด้านหนึ่งเป็นการช่วยเหลือรัฐบาลเพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายถูกส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะถ้าให้ร่างพ.ร.บ.ไปเป็นไปตามแบบที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนดให้เงินกู้ไม่เป็นเงินคงคลังจะมีความสุ่มเสี่ยงว่ากฎหมายฉบับนี้อาจตกไปได้ ที่สำคัญจะเป็นการช่วยให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณได้ด้วย







