posttoday
หวั่นแก้ม.190ก่อความขัดแย้งหนัก

หวั่นแก้ม.190ก่อความขัดแย้งหนัก

17 พฤศจิกายน 2556

เอฟทีเอว็อทช์หวั่นแก้ ม.190 สร้างความขัดแย้งเพิ่ม กระทบเจรจาทีพีพีปีหน้า เดินหน้าสร้างความเข้าใจประชาชน กดดันสภาออกกฎหมายลูกเอื้อการมีส่วนร่วม

เอฟทีเอว็อทช์หวั่นแก้ ม.190 สร้างความขัดแย้งเพิ่ม กระทบเจรจาทีพีพีปีหน้า เดินหน้าสร้างความเข้าใจประชาชน กดดันสภาออกกฎหมายลูกเอื้อการมีส่วนร่วม

น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มเอฟทีเอ ว็อทช์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ในครั้งนี้ จะสร้างความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่สังคมไทยเป็นวงกว้าง เนื่องจากฝ่ายบริหารได้ตัดอำนาจของประชาชน กระชับอำนาจไว้กับตัวเอง อาจมีการเจรจาระหว่างประเทศที่เป็นการแลกประโยชน์ของคนเพียงบางกลุ่ม และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

"ตัวร่างที่แก้ไขไปจะทำให้รัฐบาลไม่ต้องศึกษาผลกระทบใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเจรจาระหว่างประเทศ ประชาชนก็ตรวจสอบข้อมูลไม่ได้ ต่อไปเอฟทีเอกับประเทศใดๆ ก็ไม่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ ผลกระทบจะกลับมาตกกับประชาชน ที่สำคัญปีหน้าจะมีการเจรจาทีพีพีด้วย" น.ส.กรรณิการ์กล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่ามีความพยายามของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (ก.ก.ร.) ในการล็อบบี้ให้แก้ไขมาตราดังกล่าวด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ก.ก.ร.ได้แสดงตัวว่าการเจรจาการค้าที่เป็นอยู่ล่าช้าไม่ทันใจ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีผู้ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีการแก้ไขมาตราดังกล่าวแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาให้กลับไปใช้มาตรา 190 เดิมหรือใช้ตามบทบัญญัติใหม่ ทางกลุ่มจะทำการประชาสัมพันธ์เปรียบเทียบร่างกฎหมายประกอบฉบับที่กลุ่มเคยทำเสนอรัฐสภากับร่างฉบับของกรมสนธิสัญญา ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ เพื่อเป็นการกดดันกลับไปยังฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าการออกกฎหมายประกอบมาตรา 190 จะต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจสอบของภาคประชาชนด้วย เพื่อเป็นการทดแทนส่วนที่ถูกตัดทอนออกไปในรัฐธรรมนูญ

นางรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการแก้ไขมาตรา 190 นั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันที คือฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ยกอำนาจของตัวเองให้ฝ่ายบริหาร พร้อมทั้งตัดสิทธิประชาชนในการตรวจสอบการกระทำของรัฐตามสิทธิโดยชอบ

"ประเด็นดังกล่าวยังทำให้ทั้งเรื่องเขาพระวิหาร การเจรจาด้านพลังงาน และอีกหลายเรื่องไม่ต้องเข้าสภา สร้างความสงสัยให้ประชาชน" นางรสนา กล่าว

ที่ผ่านมา ในการพิจารณาแก้ไขมาตราดังกล่าวของรัฐสภา มีกระบวนการไม่โปร่งใสเกิดขึ้น การแปรญัตติวาระ 2 กลายเป็นการโหวตรับหรือไม่รับร่างที่คณะกรรมาธิการเสนอแบบรายวรรค ซึ่งเป็นวิธีการไม่ปกติ แสดงให้เห็นถึงความพยายามหักร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ ยังมีการใช้วิธีส่งสัญญาณให้ ส.ส.และ ส.ว.เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าวด้วย

นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การแก้ไขครั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ไขครั้งนี้อาจมีความพยายามเลียนแบบกฎหมายฟาสต์แทร็คของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้การเจรจาเอฟทีเอเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 190 ควรแก้เฉพาะในส่วนของการค้าเท่านั้น เพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้น และควรคงส่วนที่ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นไว้ หากแก้ทั้งหมดอาจส่งผลกระทบต่อเรื่องการเจรจาด้านความมั่นคงและอื่นๆ ให้มีกระบวนการพิจารณาอย่างรอบด้านน้อยลงด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค