
ชาวแม่กลองค้านฟลัดเวย์
ผิดธรรมชาติกระทบนิเวศมหาศาลชี้รับมือภัยพิบัติไม่ได้แก้ปัญหาผิดทาง
ผิดธรรมชาติกระทบนิเวศมหาศาลชี้รับมือภัยพิบัติไม่ได้แก้ปัญหาผิดทาง
ชาวแม่กลองค้านฟลัดเวย์ตะวันตกผิดธรรมชาติกระทบต่อระบบนิเวศมหาศาลและแก้ปัญหาผิดทาง
ชาวแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม และเครือข่ายภาคประชาชนหลายจังหวัด ประมาณ 2,000 คน เดินรณรงค์ในตลาดแม่กลองไม่เอาโครงการฟลัดเวย์ตะวันตก จากนั้นเข้าร่วมฟังเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “ผ่าแผนแม่บท การจัดการน้ำและเงินกู้ 3.5 แสนล้าน กับอนาคตทรัพยากรน้ำของประเทศไทย”
นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการฟลัดเวย์ดังกล่าวนอกจากจะผันน้ำมาลงแม่น้ำแม่กลองแล้ว ยังมีการขุดลอกแม่น้ำแม่กลองอีก 34 กม. ตั้งแต่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มาถึง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งผิดธรรมชาติแล้วยังจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศมหาศาล เช่น การขุดลอกจะเอาดินไปไว้ที่ไหน และต้องเกิดตะกอนในช่วง 3-4 ปี และไม่เชื่อว่าจะสร้างเสร็จภายใน 5 ปี
นายบัญชา ขวัญยืน คณบดีวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ได้คัดค้านเรื่องนี้มากว่า 1 ปี เพราะผิดหลักวิศวกร เน้นการบริหารมาก่อน อีกทั้งไม่มีผลการศึกษาใดที่แสดงว่าโครงการคลองผันน้ำนี้มีความจำเป็น ที่สำคัญคือเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นอย่างมาก โดยปริมาณน้ำจืดมหาศาลที่ไหลลงอ่าวไทย จะทำให้สัตว์น้ำตายหมดเหมือนตอนน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า บทเรียนจากพายุไห่เยี่ยนถล่มฟิลิปปินส์ ทำให้เชื่อว่าไม่มีทางรับมือภัยพิบัติได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าภัยพิบัติจะมาแบบไหน เมื่อไหร่ การสร้างคลองผันน้ำครั้งนี้เหมือนกับเอาความทุกข์ของเจ้าพระยามาลงที่แม่กลอง
อย่างไรก็ตาม วันที่ 22 พ.ย.นี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการดังกล่าวที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งชาวแม่กลองนับหมื่นคนจะรวมพลังคัดค้านไม่เอาฟลัดเวย์ตะวันตก







