posttoday
ร่วมกันพัฒนา

ร่วมกันพัฒนา

12 พฤศจิกายน 2556

คำพิพากษาของศาลโลก กรณีข้อพิพาทพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ออกมา เป็นที่น่าพอใจเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่ 4.6 ตร.กม. และพื้นที่บริเวณภูมะเขือ ที่คนไทยทั้งประเทศมีความเป็นห่วงว่า ประเทศไทยอาจจะต้องเสียดินแดนส่วนนี้ให้กับกัมพูชาไปนั้น ประเด็นนี้ศาลโลกไม่ได้มีการพูดถึงแต่อย่างใด นั่นก็หมายความว่ากัมพูชาไม่ได้พื้นที่ 4.6 ตร.กม. และภูมะเขือตามที่ได้ร้องขอต่อศาลโลกแต่อย่างใด

คำพิพากษาของศาลโลก กรณีข้อพิพาทพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ออกมา เป็นที่น่าพอใจเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่ 4.6 ตร.กม. และพื้นที่บริเวณภูมะเขือ ที่คนไทยทั้งประเทศมีความเป็นห่วงว่า ประเทศไทยอาจจะต้องเสียดินแดนส่วนนี้ให้กับกัมพูชาไปนั้น ประเด็นนี้ศาลโลกไม่ได้มีการพูดถึงแต่อย่างใด นั่นก็หมายความว่ากัมพูชาไม่ได้พื้นที่ 4.6 ตร.กม. และภูมะเขือตามที่ได้ร้องขอต่อศาลโลกแต่อย่างใด

ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องของแผนที่อัตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ตร.กม. ซึ่งที่ผ่านมากัมพูชาได้นำมาอ้างในการกำหนดเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาโดยตลอดนั้น ศาลโลกก็ไม่ได้ระบุว่าแผนที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำตัดสินเมื่อปี 2505 หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะเท่ากับเป็นการยุติความชอบธรรมของกัมพูชาในการอ้างแผนที่อัตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ตร.กม. ซึ่งที่ผ่านมามักจะนำมาอ้างโดยตลอด

ดังนั้น ผลจากคำตัดสินดังกล่าวที่ออกมาจึงส่งผลดีกับประเทศไทยมากกว่า จะมีก็เพียงพื้นที่แคบมากๆ ตามคำนิยามของศาลโลกเท่านั้น ที่ทั้งสองประเทศจะต้องไปเจรจาร่วมกันด้วยระบบทวิภาคี ซึ่งต้องขอขอบคุณคณะทำงานที่นำโดยนายวีรชัย พลาศรัย หัวหน้าคณะต่อสู้คดีของไทย และอีกหลายหน่วยงานที่ร่วมกันปิดทองหลังพระ ทำงานด้วยความยากลำบาก จนทำให้ผลการตัดสินที่ออกมาเป็นที่พอใจของคนไทยทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ ศาลโลกได้แนะนำให้ทั้งสองประเทศดูแลและบริหารปราสาทพระวิหารในฐานะมรดกโลกร่วมกัน ซึ่งเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวทางนี้ เพราะจากสภาพพื้นที่ของปราสาทพระวิหาร ถึงแม้กัมพูชาจะสามารถขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวแล้วก็ตาม แต่เงื่อนไขที่สำคัญ คือ จะต้องมีพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่พัฒนาโดยรอบปราสาทตามที่องค์การยูเนสโกกำหนดด้วย ซึ่งหากทั้งสองประเทศไม่ร่วมมือกัน ก็ไม่มีทางจะดำเนินการได้

ในฐานะที่ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน และเป็นสมาชิกในประชาคมอาเซียนร่วมกัน รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาจึงควรร่วมมือกันในการอนุรักษ์และพัฒนาปราสาทพระวิหารให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองฝ่ายตามคำแนะนำของศาลโลก ดีกว่าที่จะมาตั้งแง่เข้าใส่กัน ซึ่งไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ตรงกันข้ามหากทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน นอกจากปราสาทพระวิหารจะเป็นมรดกอันมีค่าของโลกแล้ว ด้วยศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวของไทยที่มีเหนือกว่ากัมพูชามาก จะทำให้ประเทศไทยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากปราสาทพระวิหารได้ไปอีกนาน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค