posttoday
ความสัมพันธ์-อาเซียนยุคปัจจุบัน (ตอนที่2)

ความสัมพันธ์-อาเซียนยุคปัจจุบัน (ตอนที่2)

11 พฤศจิกายน 2556

หลังจากสองสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้เขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนอาเซียนในเบื้องต้นไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ขอเชิญท่านผู้อ่านมาติดตามรายละเอียดของกรอบความร่วมมือระหว่างจีนอาเซียนกันครับ สำหรับบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ริเริ่มให้เกิดกรอบเอซีดีอาร์ (AsianChina Dialogue Relations) นั้น ได้แก่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน นายเฉียนชิเฉิน เมื่อคราวที่ท่านได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 24 ในเดือน ก.ค. 1991 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยท่านอดีตรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความประสงค์ที่จะร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่อมาที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 29 ก็ประกาศยกสถานะให้จีนเป็นหุ้นส่วนการสนทนาอย่างเป็นทางการ (Dialogue Partner) เมื่อเดือน ก.ค. 1996

หลังจากสองสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้เขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนอาเซียนในเบื้องต้นไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ขอเชิญท่านผู้อ่านมาติดตามรายละเอียดของกรอบความร่วมมือระหว่างจีนอาเซียนกันครับ สำหรับบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ริเริ่มให้เกิดกรอบเอซีดีอาร์ (AsianChina Dialogue Relations) นั้น ได้แก่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน นายเฉียนชิเฉิน เมื่อคราวที่ท่านได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 24 ในเดือน ก.ค. 1991 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยท่านอดีตรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความประสงค์ที่จะร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่อมาที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 29 ก็ประกาศยกสถานะให้จีนเป็นหุ้นส่วนการสนทนาอย่างเป็นทางการ (Dialogue Partner) เมื่อเดือน ก.ค. 1996

ในเดือน ต.ค. 2003 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนจีน ในเมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการเซ็นปฏิญญาว่าด้วยหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อความเจริญก้าวหน้าและสันติภาพระหว่างผู้นำของทั้งสองฝ่าย หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า The Joint Declaration of the Heads of State/Government on Strategic Partnership for Peace and Prosperity ซึ่งต่อมาก็ได้มีการลงนามรับรองแผนปฏิบัติการ (Plan of Action for 20112015) ร่วมกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดจีนอาเซียน ในเดือน ต.ค. 2010 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้เพื่อให้ปฏิญญาว่าด้วยหุ้นส่วนยุทธศาสตร์มีแผนและแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการยืนยันถึงความตั้งใจจริงของจีนในเดือน ก.ย. 2012 หรือเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลจีนได้ส่งทูตจีนดูแลกิจการงานอาเซียนมาประจำในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

เนื้อหาสาระของปฏิญญาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์จีนอาเซียน หลักๆ จะประกอบด้วย 1) ความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคง 2) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และ 3) ความร่วมมือทางด้านสังคมและวัฒนธรรม

ความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงระหว่างจีนกับอาเซียนได้มีการพัฒนาการก้าวหน้าไปอย่างได้รับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิดผ่านทางการสนทนา การปรึกษาหารือร่วมกันในหลายเวที เช่น การประชุมสุดยอด การประชุมระดับรัฐมนตรีอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งการประชุมระดับภูมิภาคที่อาเซียนเป็นผู้ริเริ่ม เช่น การประชุมเกี่ยวกับความมั่นคง ที่เรียกชื่อย่อว่า เออาร์เอฟ (ASEAN Regional Forum) การประชุมอาเซียนบวก 3 (ASEAN +3) การประชุมอีสต์ เอเชียซัมมิต หรือเรียกชื่อย่อว่า EAS (East Asian Summit) และการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอาเซียนบวก (ASEAN Defense Ministers Meeting Plus – ADMM Plus) เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ทั้งจีนและอาเซียนยังได้ลงนามร่วมกันในส่วนที่เป็นปฏิญญาที่ว่าด้วยหลักปฏิบัติระหว่างกันในเขตทะเลจีนใต้ (Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea) และในสนธิสัญญาที่ว่าด้วยความร่วมมือและไมตรีระหว่างทั้งสองฝ่าย (Treaty of Amity and Cooperation – TAC)

ในส่วนที่เป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ยิ่งถือว่าเป็นสิ่งที่กล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงระหว่างทั้งสองฝ่าย ที่ถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ที่เรียกว่า ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ASEANChina Free Trade Agreement (ACFTA) ซึ่งเป็นรูปเป็นร่างและมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2010 โดยก่อนหน้านั้นทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันในกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า “กรอบความร่วมมือที่ว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ” ที่มีการลงนามร่วมกันในเดือน พ.ย. 2002

จากผลสำเร็จดังกล่าวทำให้จีนกลายเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 ขณะที่อาเซียนก็เป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของจีน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่าง 2 ฝ่ายสูงกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปีที่ผ่านมา

นอกจากที่กล่าวมาแล้วอาเซียนและจีนยังได้จัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกันในอีกหลายช่องทาง เช่น การจัดงานเอ็กซ์โปที่เรียกว่า ASEANChina Expo การจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการเชื่อมโยงอาเซียน รวมทั้งการจัดตั้ง ASEANChina Center ในกรุงปักกิ่ง เป็นต้น

ในส่วนของความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมนั้น ก็ประกอบด้วย ความร่วมมือกันในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสาธารณสุข ด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ด้านการศึกษา วัฒนธรรม แรงงาน และความมั่นคงทางสังคม ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นต่อท้องถิ่น การแลกเปลี่ยนระหว่างภาคเอกชน สิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน การพัฒนาสังคม และการลดความยากจนของประชากร

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง