
BIF แสนสนุก
ในความคิดของผม เหยี่ยวที่ต้องยกให้เป็น “มือรับแขก” มือหนึ่ง แห่งจุดดูเหยี่ยวอพยพเขาดินสอ อ.ปะทิว จ.ชุมพร จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหยี่ยวผึ้ง (Oriental HoneyBuzzard)
ในความคิดของผม เหยี่ยวที่ต้องยกให้เป็น “มือรับแขก” มือหนึ่ง แห่งจุดดูเหยี่ยวอพยพเขาดินสอ อ.ปะทิว จ.ชุมพร จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหยี่ยวผึ้ง (Oriental HoneyBuzzard)
ยิ่งในช่วงเวลาฮอตที่พวกมันแห่มากันแยะ บรรดาคนเดือนตุลาฯ บ้าเหยี่ยวทั้งหลาย จะสนุกเพลิดเพลินกับเหล่าเหยี่ยวผึ้งจนลืมกินข้าว (แต่อาจบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ตอนฟ้าปิด ฝนถล่ม 555)
ความบันเทิงที่เหยี่ยวผึ้งมอบให้ มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน มันเป็นเหยี่ยวตัวโตที่มาพร้อมกับสีสัน หรือศัพท์แสงนักปักษีวิทยาบางสำนักเรียกว่า “ภาวะรูปร่าง” ที่แตกต่างหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ คนที่สนใจลงลึกอีกขึ้น อาจสนุกกับการจำแนกเพศและวัยของเหยี่ยวผึ้งด้วย
เหยี่ยวใหญ่ สีสวย ร่อนช้า ไม่ค่อยกลัวคน ทำให้เหยี่ยวเป็น “แบบฝึกหัด” ชั้นเยี่ยมสำหรับคนที่เริ่มสนใจถ่ายรูปนกบิน หรือ BIF (Bird in Flight)
ยิ่งประกอบกับความพิเศษของจุดดูเหยี่ยวอพยพเขาดินสอ ซึ่งหลายๆ จังหวะช่วยให้ได้ส่องเหยี่ยวกันแบบจ่อๆ ชนิดที่ไม่มีจุดดูเหยี่ยวที่ไหนในเมืองไทยอีกแล้วจะทำได้ดีเท่านี้
นักเลง BIF จึงมักได้รูปเหยี่ยวผึ้งกันแบบคับเฟรม บางครั้งเหยี่ยวร่อนเข้ามาใกล้เกิน ได้รูปเหยี่ยว “ปีกขาด” กันเลยทีเดียว
อันว่าเทคนิค BIF นั้น เป็นศาสตร์การถ่ายรูปที่ผมใช้เวลาเข้าเน็ตไปหาความรู้จากช่างภาพนกเมืองนอกเยอะมาก สิ่งที่พบด้วยความประหลาดใจกลับกลายเป็นว่าแต่ละคนต่างมีเทคนิคของตัว โดยเฉพาะการเซตค่าในกล้องที่แตกต่างหลากหลายพอๆ กับชุดขนของเหยี่ยวผึ้งโน่นแล
มิหนำซ้ำ บางเทคนิคนั้นคือการเซตค่าที่เป็นขั้วตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง โดยที่ต่างฝ่ายต่างเชื่อว่าของข้านี่แหละเจ๋งสุดแล้ว
ยกตัวอย่าง บางคนเซตกล้องให้ล็อกโฟกัสตามติดวัตถุไปให้นานที่สุด แบบนกไปไหนไปด้วย อีกคนกลับบอกว่าทำแบบนี้ไม่ดี ต้องให้กล้องล็อกตามวัตถุสั้นที่สุด เพื่อว่านกหลุดโฟกัสเมื่อไร จะได้วิ่งกลับมาจับโฟกัสใหม่ได้เร็วๆ
อ่านแล้ว ปสด. ไม่รู้จะเชื่อใครดี 555







