
ไทยเบฟลั่น7ปีผงาดท็อปไฟว์เครื่องดื่มเอเชีย
เปิดยุทธศาสตร์ไทยเบฟ ใช้นันแอลกอฮอล์หัวหอกลุย ตั้งเป้าโต 15-17% ติดอันดับท็อปไฟว์เอเชียปี 2563
เปิดยุทธศาสตร์ไทยเบฟ ใช้นันแอลกอฮอล์หัวหอกลุย ตั้งเป้าโต 15-17% ติดอันดับท็อปไฟว์เอเชียปี 2563
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจไทยเบฟ วางเป้าจะก้าวขึ้นติดอันดับท็อปไฟว์ หรือ 1 ใน 5 ของตลาดเครื่องดื่มและอาหารในเอเชียปี 2563 ด้วยการมีอัตราการเติบโต 15-17% อย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันรั้งอันดับ 7 โดยบริษัท คิริน เป็นอันดับ 1 ในตลาดเอเชีย
ทั้งนี้ บริษัทจะใช้เครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์เป็นสินค้าเรือธงบุก เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพ จากการที่ตลาดสามารถแตกเซ็กเมนต์แยกย่อยได้อีก โดยจะผนึกสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ 3 บริษัท ได้แก่ เสริมสุข ปั้นเอสบุกตลาดน้ำอัดลม โออิชิ บุกชาเขียวและร้านอาหารญี่ปุ่น
ขณะที่เอฟแอนด์เอ็น ปีหน้าจะปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มทำตลาด โดยบริษัทใช้ความแข็งแกร่งเอฟแอนด์เอ็น ทั้งระบบจัดจำหน่าย การมีโรงงาน 3 แห่ง ที่มาเลเซีย สิงคโปร์ และพม่า เป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าในเครือไทยเบฟสู่ตลาดเอเชีย และวางแผนนำสินค้าเอฟแอนด์เอ็นมาเปิดตลาดในไทย อาทิ เครื่องดื่มเกลือแร่ฮันเดรด พลัส นมถั่วเหลืองนูทรี
“การเติบโตของไทยเบฟในเอเชีย มาจากการมีสินค้าในพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย ทั้งเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีราคาตั้งแต่ 5 บาท8 หมื่นบาท รวมทั้งการมีระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง การใช้นวัตกรรม และสิ่งสำคัญคือการสร้างแบรนด์” นายฐาปน กล่าว
การทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องทำสินค้าให้ครบทุกเซ็กเมนต์ตั้งแต่ระดับล่างถึงบน โดยมองว่าเป็นโอกาสทองทำตลาดเหล้าในอาเซียน เพราะมีคู่แข่งน้อยราย ส่วนเบียร์มีการแข่งขันสูง จึงต้องเรียนรู้ ปรับกลยุทธ์การตลาดและสร้างแบรนด์ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสนใจที่จะซื้อกิจการใหม่ต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด
สำหรับรายได้เครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์และอาหาร มีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของรายได้รวม จากปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 1.6 แสนล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดเครื่องดื่มไทย 4.85 แสนล้านบาท แม้ว่ารายได้ 6 เดือนที่ผ่านมา ราว 7.6 หมื่นล้านบาท หดตัวลง 7.3% แต่มั่นใจว่าไตรมาส 4 รายได้จะเติบโตดีขึ้น จากปัจจัยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และการทำโปรโมชั่นชาเขียวโออิชิ และเอส เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย







