
ปลุกมวลชนต้านม็อบปิดถนน
ชาวชุมพรปลุกมวลชนต้านม็อบยางปิดถนนเพชรเกษม เหตุประชาชนไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อน
ชาวชุมพรปลุกมวลชนต้านม็อบยางปิดถนนเพชรเกษม เหตุประชาชนไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อน
ชาวบ้าน ต.เขาไชยราช ดอนยาง และปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร กว่า 300 คน นำโดย นายธนารัตน์ วงศ์ติณชาติ กำนัน ต.เขาไชยราช และนายชัชวาลย์ จิตรภิรมย์ นายก อบต.เขาไชยราช ชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลาเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หมู่ที่ 2 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว ประกาศไม่เห็นด้วยกับภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ ปิดถนนเพชรเกษม ต.ช้างแรก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะทำให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน
นายธนารัตน์ เปิดเผยว่า การชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำนั้น เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องปากท้องของประชาชน แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วยคือการปิดถนน เพราะทำให้การเดินทางขึ้นลงภาคใต้ลำบาก ต้องใช้ถนนสายมาบอำมฤตทุ่งมหา และถนนสายทุ่งมหาห้วยสัก ซึ่งมีระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เสียเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคใต้โดยรวม
ด้านนายสมหมาย ปานทอง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เห็นด้วยกับการเรียกร้องครั้งนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการปิดถนนเพชรเกษม เพราะประชาชนเดือดร้อนและสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันชาว อ.บางสะพาน และบางสะพานน้อย ก็ไม่พอใจการชุมนุมครั้งนี้ เพราะแกนนำเป็นคนนอกพื้นที่มาสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ รวมทั้งมีแกนนำของแต่ละฝ่ายนำมวลชนมาปะทะกัน
ขณะที่นายปฏิเวชวุฒิศักย์ สุขขี หัวหน้าแขวงการทางประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรชาวสวนยางปิดถนนเพชรเกษมทำให้รถทุกชนิดต้องเลี่ยงมาใช้เส้นทางสาย 3169 และสาย 3374 หรือถนนสายบางสะพานหนองหัดไทบางสะพานน้อย เพื่อเดินทางขึ้นลงภาคใต้ ซึ่งมีระยะทาง 40 กม. ถนนกว้าง 9 เมตร เป็นถนนคอนกรีต ผิวลาดยางชนิดบาง ความหนา 3 ซม. ซึ่งเป็นมาตรฐานของถนนที่สร้างสำหรับใช้ในหมู่บ้าน ชุมชน หรืออำเภอ
ทั้งนี้ ปริมาณรถยนต์ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุกใช้เส้นทางดังกล่าวจนคับคั่งส่งผลให้ถนนชำรุดเสียหายอย่างหนัก เป็นหลุมลึกถึงหินคลุก ก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถใช้ถนน หลังจากเสร็จสิ้นการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรสวนยางแล้ว คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 30 ล้านบาทตลอดทั้งเส้น







