posttoday
เร่งเบิกจ่ายแหกโค้งฉุดศก.ไม่ขึ้น

เร่งเบิกจ่ายแหกโค้งฉุดศก.ไม่ขึ้น

30 ตุลาคม 2556

เศรษฐกิจไทยปี 2556 ที่อ่อนแรงขยายตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นเรื่องที่รัฐบาลแก้ไม่ตก ว่าจะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นได้อย่างไร

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

เศรษฐกิจไทยปี 2556 ที่อ่อนแรงขยายตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นเรื่องที่รัฐบาลแก้ไม่ตก ว่าจะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นได้อย่างไร

เดิมทีรัฐบาลตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ได้ 56% ผ่านมาไม่ถึงครึ่งปีก็ไหลลงมาเหลือแค่ 45% แต่พอเข้าโค้งสุดท้ายของปีรัฐบาลก็ตั้งเป้ายันให้เศรษฐกิจโตได้ไม่น้อยกว่า 4% เพื่อให้ออกมาดูดีกว่าที่หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจคาดเดากัน

ตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับใหม่ล่าสุดลดการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ว่าจะขยายตัวแค่ 3.7% จากที่คาดไว้ 4.2% หรือแม้แต่กระทรวงการคลังก็ยังคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายได้ 3.7% เหมือนกัน จากที่ก่อนหน้าคาดว่าจะโต 4.2%

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้น ทำให้การส่งออกของไทยทรุดหนักจากเป้าที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 7% ไปไม่ถึง ล่าสุดคาดว่าจะได้ 4% ก็ทำไม่ได้ เพราะ ธปท.คาดว่าการส่งออกของไทยจะขยายได้เพียง 1% ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าการส่งออกของไทยจะโต 1.3% เท่านั้น

นอกจากนี้ ผลกระทบจากโครงการประชานิยมเร่งการบริโภคและใช้จ่ายของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา ทำให้การบริโภคของประชาชนในปีนี้ลดลงอย่างมาก จนไม่สามารถหวังเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนก็ยังซึมขยายตัวได้ไม่มาก เนื่องจากยังไม่มั่นใจเศรษฐกิจไทย และยังเป็นห่วงเรื่องปัญหาการเมืองที่ยังไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่ขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลจึงเทความหวังกระตุ้นเศรษฐกิจไว้กับการใช้จ่ายภาครัฐ โดยมีเป้าหมายสำคัญว่าจะต้องทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่น้อยกว่า 4%

รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนี้สดๆ ร้อนๆ ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ให้ความสำคัญกับการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นภารกิจอันดับต้นๆ โดยมีการเรียกผู้บริหารของกรมบัญชีกลางหารือเป็นการด่วนว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้ามากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเร่งการเบิกจ่ายของรัฐบาลก็ไม่ใช่ง่าย ในส่วนของการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.น้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำ ที่คาดว่าจะเป็นกระสุนกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งท้ายของปีนี้ ก็หมดหวัง เพราะยังติดปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องทำประชาพิจารณ์ กว่าจะเซ็นสัญญาและเบิกจ่ายกันได้ก็ต้องอย่างน้อยปีหน้า

ขณะที่การใช้เงินจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่เดิมคาดว่าจะใช้ได้เป็นบางส่วนในปลายปีนี้ แต่ก็ไม่มีหวังเพราะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึง 2 เดือน คาดว่าไม่สามารถผลักดันกฎหมายออกมามีผลบังคับได้ทัน

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปกติของปี 2557 ที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้สูง ให้มีการเบิกจ่ายไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ที่ตกอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ให้ได้ตามเป้า 7 แสนล้านบาท ซึ่งหากทำได้ตามเป้ารัฐบาลก็ยังมีลุ้นว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ไม่เกิน 4% ต่อปี

ทว่าการเบิกจ่ายโค้งท้ายผ่านมา 1 เดือน ปรากฏว่ายังคืบหน้าได้ไม่มาก ทำให้การเบิกจ่ายที่เหลือ 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ รัฐบาลต้องทำการบ้านกันหนักเพื่อล้างงบค้างท่อให้ได้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นไม่มีหวังปั่นเศรษฐกิจให้ได้ตามเป้า

นายรังสรรค์ สรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนี้สดๆ ร้อนได้ไม่ถึงสัปดาห์ให้ความสำคัญการกับการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นภารกิจแรกๆ โดยมีการเรียกผู้บริหารของกรมบัญชีกลางหารือเป็นการด่วนว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้การเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้ามากที่สุด

ปัญหาของการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ส่วนหนึ่งมาจากการเบิกจ่ายงบลงทุน ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีขั้นตอนและต้องใช้เวลาในการดำเนินการนาน และโครงการจำนวนมากพบว่าต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีอีออกชั่นหลายครั้งกว่าจะได้ผู้รับเหมา

ขณะเดียวกันยังพบว่ามีอีกหลายโครงการประมูลอีออกชั่นอย่างไรก็ไม่สามารถหาผู้รับเหมาได้ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลไตรมาสแรกปี 2557 ของเดือนแรกไปไม่ถึงไหน

นอกจากนี้ยังพบว่าหน่วยงานต่างๆ ไม่กล้าที่จะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการพิเศษ ไม่ต้องผ่านการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอีออกชั่น เพราะกลัวโดนข้อหาฮั้วประมูลเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมา ยิ่งทำให้การเบิกจ่ายไม่เดินหน้า

ปัญหาการเบิกจ่ายไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ในการเบิกจ่ายงบปี 2556 ที่ผ่านมาก็พบว่ามีปัญหาดังกล่าวจนทำให้การเบิกจ่ายงบในภาพรวมได้เพียง 90.48% จากเป้าที่ตั้งไว้ 94% ซึ่งในส่วนของการเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้เพียง 67.7% จากเป้าที่ตั้งไว้ 94% เพราะติดปัญหาจากการจัดซื้อจัดจ้าง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ปลัดกระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะรื้อกฎเกณฑ์การเบิกจ่ายเป็นการเร่งด่วน โดยมี 2 แนวทาง คือ จะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอีออกชั่นให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่แนวทางที่สอง จะทำอย่างไรให้หน่วยงานต่างๆ กล้าที่จะหันมาจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบวิธีการพิเศษมากขึ้น

แต่ทว่าทั้งสองแนวทางก็ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่าย แนวทางแรกการผ่อนปรนเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอีออกชั่นต้องใช้เวลาดำเนินการ เวลาที่เหลืออีก 2 เดือนของปีดำเนินการได้ทันยาก จึงไม่มีหวังในแนวทางนี้

สำหรับแนวทางที่สองให้มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการพิเศษ ก็เป็นปัญหาเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะที่ผ่านมาข้าราชการหลายคนที่ทำตามใบสั่งจากผู้บังคับบัญชา ปรากฏว่าเมื่อทำไปแล้วโดนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ มีปัญหาคดีติดตัวกันจำนวนมาก ทำให้ข้าราชการส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงที่จะซื้อด้วยวิธีพิเศษทันที โดยที่ไม่ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการอีออกชั่นมาก่อน

เมื่อเป็นเช่นนี้ การจะหวังการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นพระเอกกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงท้ายของปี จึงหวังได้ยาก ที่ผ่านมาการตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 ให้ได้ 7 แสนล้านบาท เป็นการตั้งเป้าตัวเลขเพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนเท่านั้น แต่ทำได้จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เดือนแรกของการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 พบว่างบที่เร่งเบิกจ่ายได้เร็วก็เป็นงบจัดสัมมนาอบรมของส่วนราชการต่างๆ ที่รัฐบาลให้มาเร่งเบิกจ่ายภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% ของงบที่ได้รับการจัดสรรไว้ อย่างไรก็ตาม งบในส่วนนี้ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ยังเดินหน้าไม่ได้

ปัญหาการเบิกจ่ายแหกโค้งไม่ได้ตามเป้า จึงดับความหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจโตได้เกิน 4% แต่การที่รัฐบาลยังต้องฝืนใจดำเนินการเพราะไม่มีทางเลือก

นอกจากนี้เศรษฐกิจที่เหลือยังมีความเสี่ยงรุนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศที่คาดการณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองหากเข้ามากระทบช่วงที่เหลือของปีเศรษฐกิจไทยก็เสี่ยงสูงที่จะทรุดหนักกว่านี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ