
เห็นแก่ชาติ?
บทบรรณาธิการไชน่าเดลี วิจารณ์กรณีสื่อต่างชาติหลายสำนักรายงานว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) สอดแนมการใช้งานโทรศัพท์ของผู้นำกว่า 35 ชาติ ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรี อังเกลาแมร์เคิล ของเยอรมนี ว่า สหรัฐกำลังทำตัวอยู่เหนือกฎหมายโดยเห็นแก่ประโยชน์ของสหรัฐฝ่ายเดียว
บทบรรณาธิการไชน่าเดลี วิจารณ์กรณีสื่อต่างชาติหลายสำนักรายงานว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) สอดแนมการใช้งานโทรศัพท์ของผู้นำกว่า 35 ชาติ ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรี อังเกลาแมร์เคิล ของเยอรมนี ว่า สหรัฐกำลังทำตัวอยู่เหนือกฎหมายโดยเห็นแก่ประโยชน์ของสหรัฐฝ่ายเดียว
สื่อจีนวิจารณ์ต่อไปว่า ในปัจจุบันความกังวลเรื่องการถูกสอดแนมจากเอ็นเอสเอกำลังแพร่กระจายจากประชาชนชาวสหรัฐไปสู่คนทั่วโลก สังเกตจากกรณีที่มีหลักฐานรั่วไหลว่าประชาชนชาวฝรั่งเศสกว่า 70.3ล้านคน ถูกสอดแนมการใช้โทรศัพท์และการส่งข้อความ ขณะที่แม้ก่อนหน้านี้โอบามาเคยให้คำมั่นว่ามิได้อนุญาตให้สอดแนมอีเมลของอดีตผู้นำเม็กซิโกฟิลิเป คาลเดรอน แต่สื่อเยอรมนีกลับระบุชัดเจนว่าการสอดแนมครั้งนี้เป็นไปอย่าง “มีระบบ” ทำให้เห็นว่าคำพูดของผู้นำสหรัฐเชื่อถือไม่ได้
ไชน่าเดลี ระบุต่อไปว่า ประเทศมหาอำนาจต่อไปที่ต้องระวังตัวคือ จีนและรัสเซียซึ่งถูกสหรัฐหมายหัวว่าเป็น “ศัตรู” เบอร์หนึ่ง และแม้ว่าโอบามาจะอ้างว่าสั่งให้ทบทวนการทำงานของเอ็นเอสเอให้คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้นแล้ว แต่เชื่อว่าการทำงานจะเหมือนเดิม เนื่องจากสหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด
สื่อจีนวิจารณ์ปิดท้ายว่า ขอบเขตคำว่า“ผลประโยชน์ประเทศ” ของสหรัฐกินความกว้างถึงการส่งหน่วยรบเข้าสังหารชาวเมืองของปากีสถานโดยอ้างเรื่องกำจัดผู้ก่อการร้าย ซึ่งนอกจากจะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ยังเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างมาก







