posttoday
นิรโทษสุดซอยแดงร้าวสะเทือนเพื่อไทย

นิรโทษสุดซอยแดงร้าวสะเทือนเพื่อไทย

25 ตุลาคม 2556

ทุ่มหมดหน้าตักสำหรับแผนกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดเปิดใจสัมภาษณ์ประกาศชัดถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องล้างไพ่

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

ทุ่มหมดหน้าตักสำหรับแผนกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดเปิดใจสัมภาษณ์ประกาศชัดถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องล้างไพ่ “เซ็ตซีโร่” การเมืองไทยด้วยร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง

ร่างหักดิบของ ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ที่แปรญัตติแปลงร่างฉบับ วรชัย เหมะ ไม่ใช่ความพยายามแรกของพรรคเพื่อไทยที่จ้องนิรโทษกรรมถ้วนหน้า แต่ก่อนหน้านี้เพื่อไทยเคยแหย่ไม้วัดไฟมาแล้วหลายครั้งทั้งร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฉบับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ สามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย นิยม วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย รวมถึงฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน

ทุกร่างที่บัญญัตินิรโทษกรรมเหมารวมแกนนำ ผู้สั่งการเกิดแรงเสียดทานจากขั้วตรงข้าม รวมถึง “คนเสื้อแดง” แต่พรรคเพื่อไทยอาศัยกลวิธีตีหลายหน้าผ่าทางรอดทุกครั้ง เช่น ให้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ชงร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไม่นิรโทษกรรมแกนนำ ผู้สั่งการอีกฉบับประกบร่าง “บิ๊กบัง” หรือการสไกป์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กลางเวทีราชประสงค์หนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับวรชัย เพื่อลดกระแสต้านร่างฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม เหล่านี้ล้วนเป็นยุทธวิธีที่ต้องการปักไม้ชะลอแรงไหลบ่ากระแสความไม่พอใจของคนเสื้อแดง

แต่หลังรัฐบาลปีกกล้าขาแข็งมา 2 ปีกว่า ทักษิณและแกนนำเพื่อไทยตัดสินใจแหย่ไม้อีกครั้งผ่านการแปลงร่างฉบับวรชัย นับเป็นการแหย่ลึกและหวังผลจริงจังยิ่งกว่าครั้งก่อนหน้า แต่ทว่าไม้ด้ามเดียวกันนี้กลับ “ทิ่มแทง” ความรู้สึกของคนเสื้อแดงแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ เพราะร่างฉบับ พล.อ.สนธิ นิยม สามารถ และ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นการเสนอร่างโดย “ผู้ก่อรัฐประหาร” และ สส.เพื่อไทย ที่ไม่ใช่สายเสื้อแดง อย่างน้อยมวลชนจึงทำใจได้ระดับหนึ่งว่า คนเสนอร่างนิรโทษกรรมผู้สั่งการไม่ใช่ สส.เสื้อแดง แต่ร่างฉบับวรชัย แน่นอนว่าชงโดย สส.แดงขนานแท้ แถมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังส่งเสียงเชียร์ให้การสนับสนุนตลอดมา

ที่สำคัญคือ ร่างทั้ง 4 ฉบับ เปิดหน้าตั้งแต่แรกว่าเป็นการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ขณะที่ร่างฉบับวรชัยแปะฉลากไว้อย่างสวยหรูว่า ระหว่างที่ความขัดแย้งทางการเมืองของแก่นนำกลุ่มการเมืองระดับบนยังไม่ยุติก็ควรให้ประชาชนที่ติดร่างแหความขัดแย้งได้พ้นคุกและคดีความก่อน ฉลากเหมือนเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ของวรชัย จึงเปรียบเสมือนยันตร์กันฝ่ายค้านฝ่าแรงต้านในสภาโหวตวาระแรกจนสำเร็จ

ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่ “ร่างช่วยเหลือประชาชน” ซึ่งกลายสภาพเป็น “ร่างช่วยเหลือคนสั่งสลายประชาชน” ในวาระ 2 จะทำลายจิตใจคนเสื้อแดงอย่างหนัก เพราะเสมือนเข็นร่างที่นำมวลชนเป็นตัวประกันบังหน้า แต่กลับมาแก้เอื้อผลประโยชน์ตัวเองภายหลัง อีกทั้งการพ่วงให้ทักษิณได้รับอานิสงส์จากร่าง ทั้งๆ ที่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าแล้วว่าจะสร้างแรงเสี่ยง ทำให้ร่างที่ช่วยประชาชนล้มทั้งฉบับเเต่ยังคงผลักดัน จึงเท่ากับเพื่อไทยป่าวประกาศไปว่า ถ้าทักษิณไม่ได้เข้าบ้าน ก็อย่าหวังจะให้นักโทษการเมืองออกจากคุก

การแหย่ไม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเปลือยเปล่าธาตุแท้ของพรรคเพื่อไทยได้กัดกร่อนพลังของคนเสื้อแดงหลายปีก กลุ่มแรก คือ ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมปี 2553 นำโดย พะเยาว์ อัคฮาด และ พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พ่อและแม่ของเหยื่อที่เสียชีวิตระหว่างเหตุสลายการชุมนุม ถือเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุดในฐานะ “ผู้สูญเสีย” หากมีการนิรโทษกรรมให้ผู้สั่งการ

อีกกลุ่มที่ต้านสุดแรงคือ กลุ่มแดงอิสระไม่ขึ้นกับ นปช.อย่างแดง “ปฏิญญาหน้าศาล” ของสุดา รังกุพันธุ์ นักวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีเสื้อแดง ที่เคยรวมพลังมวลชนเป็นแดง “กลุ่ม 29 มกราฯ” กว่า 5,000 คนประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาลกดดันให้รัฐบาลปล่อยนักโทษการเมือง รวมทั้งนักเคลื่อนไหวอย่าง บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ที่ไม่เห็นด้วยและประกาศนัดรวมพลค้านร่างนิรโทษกรรมเหมาเข่งวันที่ 27 ต.ค.นี้

ที่สำคัญคือ “กลุ่มปัญญาชนฝ่ายซ้าย” ที่มีจุดยืนต่อต้านการรัฐประหารและเผยแพร่แนวคิดทางวิชาการในเเนวทางสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในฐานะเป็น “รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” โดยนักวิชาการกลุ่มนี้มีจุดยืนเรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตและต่อต้านการนิรโทษกรรมผู้สั่งการ ทั้ง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เกษียร เตชะพีระ วรพล พรหมิกบุตร พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ รวมถึงกลุ่ม “นิติราษฎร์” วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ปิยบุตร แสงกนกกุล ธีระ สุธีวรางกูล “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” พวงทอง ภวัครพันธุ์ ยุกติ มุกดาวิจิตร ยังไม่นับรวมเครือข่ายกวี นักเขียน นักประวัติศาสตร์ นักเคลื่อนไหว และอดีตคนเดือนตุลาฯ ที่พร้อมแตกหักทางอุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทยในทุกเมื่อ หากปล่อยให้เหตุการณ์ เม.ย.พ.ค. ปี 2553 ไม่เอาผิดคนสั่งการซ้ำรอยประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมา

หากเพื่อไทยบิดเบือนหลักความยุติธรรมดันนิรโทษกรรมสุดซอยให้ประชาชนตายฟรีเท่ากับจะกวาดกลุ่มแดงอิสระที่ยึด “หลักการ” โดยไม่ผูกติดพรรคการเมืองเหล่านี้ให้กลายเป็นขั้วตรงข้ามของพรรคเพื่อไทยในทันที เหมือนกับที่ “รัฐประหารกันยาฯ ปี 2549” เคยกวาดกลุ่มปัญญาชนจำนวนมากให้กลายเป็นปฏิปักษ์กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการไม่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยมาแล้ว

ขณะเดียวกันเป็นที่น่าผิดหวังที่กลุ่ม นปช.องค์กรเสื้อแดงที่แข็งแรงที่สุดแทนที่จะออกแอ็กชั่นมีมาตรการกดดันพรรคเพื่อไทยอย่างเอาจริงเอาจัง กลับทำได้เพียงสวมโขนเล่นบทอีกหน้าให้เพื่อไทยเพื่อช่วยพยุงฐานมวลชนสำรองไว้ในกรณีที่พรรคประเมินไม่คุ้มเสียเเล้วอาจถอนฟืนออกจากไฟเท่านั้น ทั้งๆ ที่ปมการหาตัวฆาตกรเป็นสิ่งที่ นปช.พร่ำเรียกร้องตลอดการปราศรัยและถูกใช้เป็นประเด็นหาเสียงให้ สส.เสื้อแดงเพื่อไทยหลายพื้นที่จนนำมาสู่ชัยชนะการเลือกตั้ง

หาก นปช.ยังเชื่อตามที่พูดเสมอว่ามวลชนได้ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำไปยึดที่ระบบการเลือกตั้งและประชาธิปไตยแล้ว สิ่งที่ นปช.และเพื่อไทยควรหวาดหวั่นตามมาคือ หากยังดันร่างสุดซอยไม่เอาผิด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ มวลชนจะยังคงศรัทธาใน นปช.และพรรคเพื่อไทยอีกหรือไม่ เพราะการหาคนรับผิดชอบต่อความตาย 98 ศพ เป็นประเด็นหล่อเลี้ยงการต่อสู้ของมวลชนที่เข้มข้นเเละสำคัญต่อจิตใจยิ่งกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ล้มองค์กรอิสระ หรือการกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย