posttoday
"วิชา"เตือนนิรโทษส่อกระทบอำนาจตุลาการ

"วิชา"เตือนนิรโทษส่อกระทบอำนาจตุลาการ

23 ตุลาคม 2556

"วิชา" เตือนนิรโทษอาจก้าวล่วงอำนาจตุลาการ เผยคดี "มาร์ค-เทือก" สลายแดงใกล้เสร็จแล้ว ชี้หลักกฎหมายต้องไม่กระทบคดีที่ตัดสินไปแล้ว

"วิชา" เตือนนิรโทษอาจก้าวล่วงอำนาจตุลาการ เผยคดี "มาร์ค-เทือก" สลายแดงใกล้เสร็จแล้ว ชี้หลักกฎหมายต้องไม่กระทบคดีที่ตัดสินไปแล้ว

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความพยายามในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ที่มีการแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งอาจกระทบกับการสืบสวนสอบสวนขอว ป.ป.ช.ว่า ยอมรับว่า อาจกระทบต่อหลายๆคดีที่ค้างอยู่ในชั้น ป.ป.ช. เช่น คดีการสลายการชุมนุมเสื้อแดง ซึ่ง ป.ป.ช.กำลังไต่สวน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และกำลังใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว ขาดเพียงข้อมูลบางอย่างเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามตามมาจากผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งญาติผุ้เสียชีวิต หรือผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ปรารภผ่านมาถึง ป.ป.ช.ว่า ต้องการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือล้างความผิดกันแน่

"ก็มีคำถามว่าเราจะเอาอย่างไรกันแน่ จะแสวงหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนทำผิด หรือจะลบล้างความผิดทั้งหมดไปเลย เรื่องนี้สังคมจะต้องให้คำตอบ" กรรมการ ป.ป.ช. กล่าว

นายวิชา กล่าวอีกว่า แม้การนิรโทษกรรมจะเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ก็ต้องคำนึงถึงอำนาจฝ่ายอื่นด้วย ขณะนี้เชื่อว่าร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่นิ่ง แต่ทาง ป.ป.ช.ก็ได้ติดตามโดยตลอด เพราะต้องมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากมีการบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการดำเนินไต่สวนคดีต่างๆก็ยังต้องทำต่อไป ขณะนี้ไม่อยากพูดอะไรล่วงหน้า แต่โดยหลักการการจะออกกฎหมายใด ต้องยึดหลักนิติธรรม สามอำนาจหลักของประเทศต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายกัน หากมีผลกระทบไปถึงการวินิจฉัยคดีของศาลก็ต้องระมัดระวัง มีเหตุผลอธิบายได้

"การออกกฎหมายตามหลักสากลจะต้องไม่กระทบกับกระบวนการของศาลที่วินิจฉัยไปแล้ว และหากอ้างตามหลักนิติธรรม ก็หมายความว่า 3 อำนาจหลักของประเทศต้องไม่ก้าวก่ายกัน เพราะแต่ละอำนาจแยกกันอยู่แล้ว ดังนั้นการกระทำใดที่กระทบกับคดีที่ศาลวินิจฉัยต้องระวังให้มาก หากการล้างไพ่ไปกระทบอำนาจตุลาการก็ต้องมีคำตอบในเรื่องเหล่านี้ และต้องมีเหตุผลที่ดีด้วย"นายวิชากล่าว

ทั้งนี้การนิรโทษกรรม ในส่วนของ มาตรา 30 เรื่องความเสมอภาค ถือเป็นลำดับสุดท้าย แต่การออกกฎหมายใดๆสิ่งที่ต้องยึดเป็นลำดับแรกคือ มาตรา 3 คือ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่ใช่ออกกฎหมายตามอำเภอใจ และไม่ก้าวก่ายอำนาจ 3 ฝ่าย

นายวิชา ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลด้วยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบในส่วนของแคชเชียร์เช็คที่ผิดปกติทั้งหมดแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากธนาคารที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี หลังจากนี้จะเริ่มตรวจสอบในส่วนของตัวบุคคลที่เชื่อมโยงกับแคชเชียร์เช็คดังกล่าว โดยจะตรวจสอบในบางรายที่ผิดปกติเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบลักษณะการซื้อขายแบบจีทูจี กับการซื้อขายในรับบปกติอีกครั้ง โดย ป.ป.ช.ได้ขอความร่วมมือไปยังทางการจีน เพื่อให้ส่งข้อมูลและยืนยันว่า บริษัทที่อ้างว่าเป้นรัฐวิสาหกิจจีนและมาดำเนินการแทนนั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทางการจีนก็ตอบรับและยินดีให้ความร่วมมือ ส่วนการสอบสวนเรื่องบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ที่มีสถานภาพล้มละลายไปแล้ว แต่ยังดำเนินการซื้อขายข้าวกับรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ก็ดำเนินการอยู่ โดยอาจจะแยกสำนวนออกไป และยืนยันว่าจะเร่งรัดในส่วนของข้อเท็จจริงเรื่องการซื้อขายแบบจีทูจีให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว