
น้ำทะเลหนุนสูง20-24ต.ค.นี้กทม.เสี่ยงท่วม
ปภ.เตือนชาว กทม.นนทบุรีปทุมธานี ระวังน้ำทะเลหนุนสูง วันที่ 20-24 ต.ค. อาจส่งผลให้น้ำท่วม
ปภ.เตือนชาว กทม.นนทบุรีปทุมธานี ระวังน้ำทะเลหนุนสูง วันที่ 20-24 ต.ค. อาจส่งผลให้น้ำท่วม
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 20-24 ต.ค. เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำท่วมพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ
ขณะเดียวกัน จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่ามวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุม ส่งผลให้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้มีฝนตกชุกและฝนตกหนักในบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 19-23 ต.ค.นี้ จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 16 จังหวัด อาทิ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้
ด้านนายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวหลังตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ร่วมกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ว่า ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำของนิคมฯ และพื้นที่โดยรอบไว้แล้ว โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดต่างๆ กว่า 100 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 28 เครื่อง
สำหรับสถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในสภาวะมีน้ำขังบริเวณผิวการจราจรบางจุดเป็นระยะทางสั้นๆ และถ้าไม่มีปริมาณน้ำฝนเข้ามาเพิ่มเติมจะสามารถเร่งระบายน้ำออกได้ภายใน 1 วัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ว่า เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น รัฐบาลประกาศใช้ระบบรวมศูนย์เตือนภัย (ซิงเกิล คอมมานด์) ซึ่งส่งผลให้มีการบูรณาการเรื่องฐานข้อมูลดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเตือนภัยต่างๆ และข้อมูลน้ำที่เป็นเอกภาพ
อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังได้มีแผนการลงทุนระยะสั้นในส่วนของ 1.2 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลได้จัดงบประมาณบางส่วนไปดูแลเรื่องการป้องกันอุทกภัยในบางพื้นที่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ที่จะต้องแก้ไขปัญหาระยะยาว ในส่วนของแผนการบริหารจัดการน้ำที่รัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว คือ ในส่วนของงบประมาณก้อนแรกจำนวน 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ได้นำไปใช้เพื่อการป้องกันทั้งหมด เพราะว่าเงินประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ได้นำไปใช้ดูแลประชาชนที่ต้องได้รับการเยียวยา







