posttoday
ผู้ว่าธปท.ดับฝันตั้งกองทุนมั่งคั่ง

ผู้ว่าธปท.ดับฝันตั้งกองทุนมั่งคั่ง

20 ตุลาคม 2556

“ประสาร” หัก “อำพน” ไม่มีแนวคิดนำทุนสำรองไปตั้งกองทุนมั่งคั่ง เพราะไม่มีเครื่องมือดูแลความเสี่ยง

“ประสาร” หัก “อำพน” ไม่มีแนวคิดนำทุนสำรองไปตั้งกองทุนมั่งคั่ง เพราะไม่มีเครื่องมือดูแลความเสี่ยง

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยังไม่มีแนวคิดจะนำเงินทุนสำรองของประเทศไปจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (SWF) เพื่อนำเงินไปหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น

นายประสาร ชี้แจงว่า ถึงแม้จะมีการศึกษาไว้บ้าง แต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป สาเหตุสำคัญเพราะไทยยังไม่มีเครื่องมือที่ชัดเจนที่จะมาบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินที่เกิดขึ้นได้ จึงยังไม่มีความคิดที่จะไปจัดตั้งกองทุนเป็นพิเศษ

“คำถามคือว่าเรามีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอแล้วหรือไม่ จึงจะนำเงินทุนสำรองบางส่วนไปจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” นายประสาร กล่าว

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และประธานกรรมการ ธปท. ได้หารือกับนายประสาร และได้เสนอนำเงินทุนสำรองในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับภาระผูกพันอื่นๆ ประมาณ 5,000-6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติเพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

นายประสาร กล่าวว่า หากประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าบรรยากาศเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ปัจจัยจากเศรษฐกิจยุโรปก็กระเตื้องขึ้น ญี่ปุ่นก็กระเตื้องขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐก็ดีขึ้น แต่อาจจะยังไม่เข้มแข็ง เพราะยังประสบปัญหาทางการเมือง ทำให้มีปัญหาการหยุดชะงักเรื่องเพดานหนี้สาธารณะไประยะหนึ่ง แต่ที่สุดก็หาทางออกได้ แม้จะเป็นทางออกระยะสั้น

“การเลื่อนเพดานหนี้ออกไปเป็นต้นปีหน้า ส่วนหนึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐชะลอความคิดจะปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี ออกไปอีกระยะเวลาหนึ่ง ตลาดการเงินก็โล่งอกกับเรื่องสภาพคล่องเงินเหรียญสหรัฐไปด้วย อย่างน้อยก็ระยะเวลาหนึ่ง จนถึงเดือน ม.ค. หรือ ก.พ.ปีหน้า แต่อารมณ์ความรู้สึกตลาดเงินต่างเห็นว่าภาวะนี้ตลาดมีความเสี่ยงสูง ทำให้อาจมีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงกับบ้านเรามากขึ้น” นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ภาวะเช่นนี้ในตลาดการเงินและภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายยังถือว่ามีความเสี่ยงระดับหนึ่ง ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องการปรับลดคิวอีรออยู่ เงินทุนจะไหลเข้ามาในไทยและภูมิภาคนี้มากน้อยแค่ไหนก็ยังบอกแน่นอนไม่ได้ สถานการณ์หลังจากนี้จึงมีทั้งเงินไหลเข้าและไหลออก ซึ่งจะกระทบต่อค่าเงิน จึงเป็นหน้าที่ของ ธปท.ที่จะดูแลตลาดการเงินให้มีเสถียรภาพ

“ผมว่ารอบนี้เงินทุนไหลเข้าคงไม่ได้เข้ามามากมายอะไร แต่จากนี้ไปจนถึงต้นปีหน้ายังมีความไม่แน่นอนอยู่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด หรือการเมืองของสหรัฐ ก็คิดว่าเงินทุนอาจจะมีความผันผวน เราก็ติดตามดูแลอยู่ตามความเหมาะสม” นายประสาร กล่าว

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ถึงสหรัฐจะมีการตกลงเพดานหนี้กันได้ ก็คงเป็นแค่การเลื่อนปัญหาออกไป เหมือนเตะกระป๋องออกไปไกลอีกระยะหนึ่ง แต่อีกประมาณ 3-4 เดือนปัญหาก็จะกลับมาอีก ตลาดการเงินโลกจะยังมีความผันผวนจากการปรับลดคิวอีอีก

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน