
คุมยาไซลาซีน
ในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็ออกมาตรการยกระดับการควบคุมยา “ไซลาซีน” ให้เป็นยาควบคุมพิเศษ หลังจากมีข่าวว่ายา“ไซลาซีน” ถูกใช้สำหรับก่ออาชญากรรมที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จนโรงพยาบาลต้องออกประกาศให้ระมัดระวังมิจฉาชีพเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็ออกมาตรการยกระดับการควบคุมยา “ไซลาซีน” ให้เป็นยาควบคุมพิเศษ หลังจากมีข่าวว่ายา“ไซลาซีน” ถูกใช้สำหรับก่ออาชญากรรมที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จนโรงพยาบาลต้องออกประกาศให้ระมัดระวังมิจฉาชีพเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ยาไซลาซีนถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาสำหรับสัตว์ฉีดเข้าหลอดเลือด เพื่อให้ม้า โค สุนัข และแมว มีอาการสงบก่อนการผ่าตัด หรือเคลื่อนย้ายในระยะทางไกล มีฤทธิ์คลายความเจ็บปวด คลายกล้ามเนื้อในสัตว์ อย่างไรก็ตามไม่เคยได้รับการอนุญาตให้ใช้ในคน ทั้งนี้ ไซลาซีนถือเป็นยาอันตราย หากให้ในปริมาณน้อยจะทำให้ซึม หากให้ยามากๆ จะกดระบบหายใจจนเกินอันตราย
หลังการยกระดับไซลาซีนจะต้องขายให้กับผู้ที่มีใบสั่งยาของสัตวแพทย์ ประเภทปริญญาวิชาชีพเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ขายและผู้นำเข้าจะต้องทำบัญชีนำเข้า รวมถึงบัญชีการขายยา โดยหากพบว่ามีผู้นำไปสั่งยาของสัตวแพทย์ไปซื้อยาเพื่อก่ออาชญากรรม สัตวแพทย์เองจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายเช่นกัน ซึ่งโทษร้ายแรงที่สุด ได้แก่ ยึดคืนใบประกอบวิชาชีพและอาจถูกดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญาอีกด้วย
สำหรับร้านขายยาที่สามารถขายยาชนิดนี้ได้ จะต้องได้รับอนุญาตให้เป็นร้านขายยาประเภท ขย.1 และ ขย.3 เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในกรุงเทพมหานคร 87 ร้าน ต่างจังหวัด 658 ร้าน รวมทั้งหมด 745 ร้าน โดยหากฝ่าฝืนจะมีโทษตาม พ.ร.บ.ยา มาตรา 2510 คือปรับในอัตรา 2,000–1หมื่นบาท ส่วนเภสัชกรจะถูกปรับในอัตรา 1,000–5,000 บาท







