
ศาลรับไต่สวนปลอมรธน.แก้สว.พ่วงปมเสียบบัตร
ศาลรับคำร้องร่าง รธน.แก้ที่มา สว.ปลอม นัดถกอีกรอบ 24 ต.ค.
ศาลรับคำร้องร่าง รธน.แก้ที่มา สว.ปลอม นัดถกอีกรอบ 24 ต.ค.
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ไว้พิจารณาเพิ่มเติมว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ จากกรณีที่พบเอกสารร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว. ที่เสนอต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีความแตกต่างกับฉบับที่นายสมศักดิ์ แจกจ่ายให้สมาชิกรัฐสภาลงมติพิจารณาในวาระที่ 1
นายพิมล กล่าวว่า นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังได้รับคำร้องในกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาเสียบบัตรแสดงตนแทนกันระหว่างการลงมติในที่ประชุมรัฐสภาด้วย อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณา แต่จะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 24 ต.ค.ต่อไป
ขณะที่การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่าด้วยลักษณะของหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระที่ 2 เมื่อวันที่ 16 ต.ค.เป็นไปอย่างเข้มข้น
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สส.กทม พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การแก้มาตรา 190 ให้นำเฉพาะเรื่องเปิดเสรีทางด้านการค้าการลงทุนเข้ารัฐสภา ทำให้เกิดช่องโหว่ว่าการทำข้อตกลงระหว่างประเทศในลักษณะอื่นๆ ไม่ต้องเอาเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา เช่น การทำเอ็มโอยูนำข้าวแลกรถไฟความเร็วสูงกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีผลให้ประชาชนไม่รู้รายละเอียด เป็นต้น
นายตวง อันทะไชย สว.สรรหา กล่าวว่า การกำหนดว่าให้นำเฉพาะหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่ออธิปไตยของประเทศอย่างชัดแจ้งเท่านั้นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ถือว่าเป็นการเขียนกฎหมายให้เกิดการตีความที่แคบเพื่อเลี่ยงไม่ให้รัฐสภาตรวจสอบ ทั้งที่ควรเขียนกฎหมายให้กว้างเพื่อรักษาผลประโยชน์ผ่านกลไกรัฐสภา จึงอยากให้มีการแก้ไขในส่วนนี้ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อประเทศในอนาคต
ด้านนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ชี้แจงว่า การแก้ไขมาตรา 190 เพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาสจากความไม่ชัดเจนที่ผ่านมา จนทำให้การพิจารณาข้อตกลงต่างๆ กับต่างประเทศล่าช้าจนเสียโอกาสการค้าการลงทุน







