
ถกแก้190ป่วนหักกมธ.ตัดตอนรับฟังความเห็น
ถกแก้รธน.มาตรา 190 ป่วนตอนจบ เสียงข้างมากหักกมธ. ตัดบทรับฟังความคิดเห็นประชาชน ตัดตอนทำเอฟทีเอไม่ต้องเสนอกรอบเข้ารัฐสภา
ถกแก้รธน.มาตรา 190 ป่วนตอนจบ เสียงข้างมากหักกมธ. ตัดบทรับฟังความคิดเห็นประชาชน ตัดตอนทำเอฟทีเอไม่ต้องเสนอกรอบเข้ารัฐสภา
ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190) ในวาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่สองโดยทั้งวันเป็นการพิจารณาในมาตรา 3 สุดท้ายในช่วงก่อนลงมติได้เกิดเหตุความวุ่นวาย ในช่วงที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานในที่ประชุมจะเร่ิมขอมติโดยแยกออกเป็น 5 ญัตติย่อยทีละวรรคในมาตรา 3 ในขณะที่ สส. ประชาธิปัตย์ เห็นว่าควรจะลงมติว่าเห็นตามกมธ.แก้ไขหรือไม่เพื่อป้องกันความสับสน
อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าเป็นอำนาจของประธานที่จะกำหนดรูปแบการลงมติพร้อมเดินหน้าลงมติครั้งแรก ที่ประชุมมีมติเสียง 343 เสียง 51 เสียง ไม่เห็นชอบให้ตัดมาตรา 3 ทั้งมาตรา จากนั้นจึงเร่ิมลงมติทีละวรรค เริ่มจากวรรคแรก ที่กมธ. ไม่มีการแก้ไข ประชุมมีมติ 355 ต่อ 13 เสียง เห็นชอบ ต่อมา วรรค 2 ไม่มีการแก้ไข ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 359 ต่อ 8 เสียง จากนั้นวรรคสาม กมธ.มีการแก้ไข ที่ประชุมมีมติ 347 ต่อ 24 เสียง เห็นชอบตามกมธ.แก้ไข
เป็นที่น่าสังเกตว่า การลงมติวรรค 4 ซึ่งที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 361 เสียง ไม่เห็นชอบกับร่างที่ กมธ.แก้ไข ให้กลับไปใช้ร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาวาระ 1 คือการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ไม่ต้องมีการรับฟังความเห็นจากประชาชน และให้ตัดการเสนอกกรอบการเจรจากรณีการเกิดการค้าเสรีและการลงทุน ไม่ต้องนำเสนอต่อรัฐสภา เหลือเพียงให้คงไว้แค่การเยียวยาผู้ได้รัผลกระทบจากหนังสือสัญญาโดยคำนึงถึงความเป็นธรรม
บรรยากาศเริ่มวุ่นวายขึ้นเมื่อ สส.ประชาธิปัตย์ ได้ท้วงติงว่ามีความสับสนในการลงคะแนน พร้อมลุกขึ้นประท้วง และตะโกนโหวกเหวก ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้บันทึกว่าสาเหตุที่ประชาธิปัตย์ ไม่ลงคะแนนน้นเพราะเกิดความสับสน และขอให้เลขาฯ ที่ประชุมอ่านรายละเอียดการลงมติที่ผ่านมาว่าแก้อย่างไรบ้าง แต่ทางนายสมศักดิ์ ยังจะเดินหน้าลงมติต่อไป ทำให้สส.ประชาธิปัตย์ตะโกนประท้วงว่าทำหน้าที่ประธานไม่ถูกต้อง “ประธานบ้าอำนาจ” ก่อนที่นายสมศักดิ์จะสั่งพักการประชุม 10 นาที
ต่อมาเมื่อเวลา 22.13 น. การประชุมได้เริ่มขึ้นอีกครั้งโดยนายสมศักดิ์ได้กดออดเรียกสมาชิกขอมติต่อทันทีในวรรคที่ 5 ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตาม กมธ. 343 ต่อ 26 และลงมติเห็นด้วยไม่ให้เพิ่มวรรคใหม่ตามที่มีผู้ขอแปรญัตติ 349 ต่อ 20
จากนั้นเข้าสู่มาตรา 4 จัดให้มีกฎหมายตามมาตรา 190 ภายใน 1 ปีนับจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่สามารถพิจารณาได้ เพราะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์ นายจุรินทร์ต่างลุกขึ้นขอให้เลขาฯ อ่านมาตรา 3 อีกครั้งว่าที่ลงมติไปแล้วนั้นมีข้อความว่าอย่างไร สุดท้ายประธานได้สั่งให้เลขาฯ อ่านรายละเอียดมาตรา 3 ที่ได้มีการแก้ไขอย่างไรบ้าง







